ททท : 11/11519
Header

แกรนด์ไอซ์แลนด์ 10 วัน เที่ยวรอบประเทศ

ข้อมูลเกี่ยวกับทัวร์นี้

  • รหัสทัวร์: SPSEU092
  • ราคาเริ่มต้น: ฿ 199,900
  • 10 วัน 8 คืน
  • ไอซ์แลนด์
  • 07 Apr 2024 - 27 Sep 2024
  • FinnAir
ปฏิทิน

ไฮไลท์ทัวร์

  • เฮลซิงกิ – เรคยาวิค – วงกลมทองคำ – น้ำตกกัลล์ฟอสส์ ปากปล่องภูเขาไฟเคริด – น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์
  • น้ำตกสโกก้า – ขับรถสโนโมบิล ทุ่งน้ำแข็งไมดาลโจคูล ถ้ำน้ำแข็งคัทล่า – หาดทรายดำ – เรย์นิสดรันก้าร์
  • น้ำตกสโกก้า – ล่องเรือลากูนโจคูซาลอน(เจมส์บอน) ไดมอนด์ บีช – เอไกล์สตาดีร์
  • เอไกล์สตาดีร์ – บ่อโคลนเดือด – ทะเลสาบเมวัท ดิมมูโบร์กีร์–– น้ำตกเดทติ – น้ำตกโกด้าฟอสส์
  • อคูเรริ / ฮูซาวิค – ล่องเรือชมปลาวาฬ – พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน สติกกิชฮอลเมอร์
  • สติกกิชฮอลเมอร์ – ภูเขาคีร์กจูเฟล – นํ้าตกเฮินฟอซซ่า – เรคยาวิค

แผนการเดินทาง

  • วันแรกของการเดินทาง(1) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – เฮลซิงกิ

    04.00 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4
    เคาน์เตอร์ S สายการบินฟินน์แอร์ เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง

    07.15 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงเฮลซิงกิ โดยสายการบินฟินแอร์ (Finnair) เที่ยวบินที่ AY 142

    15.35 น. เดินทางถึง กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วจากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง “ชมกรุงเฮลซิงกิ” (HELSINKI) ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบ ผสมผสานระหว่างสวีดิชและรัสเซีย เจ้าของสมญานาม “ธิดาสาวแห่งทะเล บอลติก” ให้ท่านได้อิสระเลือกช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ณ “Stockmann Department Store” ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้า ได้ตามอัธยาศัย หรือ อิสระเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย

    ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเดินทางสู่ที่พัก
    พักที่: SCANDIC HOTEL HELSINKI AIRPORT / พักระดับใกล้เคียง

  • วันที่สองของการเดินทาง(2) เฮลซิงกิ – เรคยาวิค – วงกลมทองคำ – น้ำตกกัลล์ฟอสส์ ปากปล่องภูเขาไฟเคริด – น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ – วิค

    เช้า บริการอาหารมื้อเช้า แบบกล่อง / นำท่านเดินทางเข้าสู่สนามบิน
    07.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเรคยาวิค (Reykjavik) โดยสายการบินฟินน์แอร์ (Finnair) เที่ยวบินที่ AY991

    08.00 น. เดินทางถึง สนามบินเคฟลาวิก เมืองเรคยาวิค Reykjavik เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ จากนั้นนำท่านชม “กรุงเรคยาวิค” Reykjavik เมืองหลวงของประเทศ ไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่อยู่เหนือสุดของโลก และมีอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก นำท่านเที่ยวชมเมืองหลวงแสนสวยริมชายฝั่งทะเลแห่งนี้ โดยรอบ เรคยาวิค Reykjavik เป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุดโดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก ทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่ง Ingolfur Arnarson ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี ค.ศ. 870 เมื่อเรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวง ปัจจุบันเขตเมืองมีประชากรประมาณ 120,000 คน นำท่านออกเดินทางสู่เส้นทางวงกลมทองคำ Golden Circle เส้นทางสนสวยที่ขาดไม่ได้ในการท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไอซ์แลนด์ นำท่านเดินทางเข้าสู่ “บริเวณอุทยานแห่งชาติธิงเลลีร์” Thingvellir National Park องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมในปี ค.ศ.2004 ชมจุดบริเวณที่เคยเป็นเป็นรัฐสภา หรือสถานที่แสดงความคิดเห็นและคัดเลือกผู้นำของชาวไอซ์แลนด์มาตั้งแต่ปี ค.ศ.930 และเป็นพื้นที่ ที่ได้การยอมรับว่ามีธรรมชาติที่สวยงามของไอซ์แลนด์แห่งหนึ่ง

    จากนั้นนำท่านชมรอยแตกร้าวของของโลก ที่มีความลึกลงสู่ใต้ดินถึง 14 เมตร ที่เกิดจากแผ่นดินไหว เมื่อปี ค.ศ. 1784 และทุก ๆ ปีรอยแตกนี้ก็จะขยายออกไปอีกถึงปีละ 1 เซนติเมตร ผ่านชมบริเวณทะเลสาบ Pingvallavatn ทะเลสาบธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ นำท่านชม “บ่อน้ำพุร้อน” Geysir ที่มีความสูงของน้ำพุถึง 200 ฟุตจากพื้นดิน ที่พวยพุ่งสู่ท้องฟ้าทุกๆ 7-10 นาที และถือเป็นคำศัพท์ที่ใช้เรียกน้ำพุร้อนแบบนี้ทั่วโลก มีเวลาให้ท่านเก็บภาพอย่างจุใจ

    เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้นนำท่านชม “น้ำตกกัลล์ฟอสส์” (Gull Foss) หรือ น้ำตกทองคำ (Golden Falls) ซึ่งน้ำตก ที่มีความสวยงามที่สุด และใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ สายน้ำที่ใสสะอาดที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งบนยอดเขาไหลลงมา ระหว่างเส้นทางท่านจะเห็นกรีนเฮาท์ ที่ใช้ปลูกพืชเมืองร้อนสำหรับบริโภคภายในประเทศมากมาย เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่อยู่เหนือที่สุดของโลกที่สามารถปลูกพืชเขตร้อนได้ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองวิก ระหว่างทาง แวะชมวิว “น้ำตกเซลยาลันส์ฟอส (Seljalands Foss) ซึ่งเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งบนยอดเขา และเป็นน้ำตกที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ นำท่านชมน้ำตกอย่างใกล้ชิด และท่านสามารถเดินลอดน้ำตกแห่งนี้ได้ ผ่านชมวิวภูเขาไฟเอยาฟจาลลายุค (Eyjajallajikull) ภูเขาไฟอันโด่งดังของไอซ์แลนด์ ภายหลังจากการปะทุในช่วงปีค.ศ. 2010 ปัจจุบันเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาถ่ายรูปความสวยงามของภูเขาไฟแห่งนี้ ที่ยอดเขาปกคลุม ไปด้วยหิมะตลอดทั้งปีอีกด้วยระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันงดงามยิ่ง

    ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
    พักที่: Dyrholaey Hotel Vik หรือที่พักระดับใกล้เคียง

  • วันที่สามของการเดินทาง(3) วิค – น้ำตกสโกก้า – ขับรถสโนโมบิล ทุ่งน้ำแข็งไมดาลโจคูล ถ้ำน้ำแข็งคัทล่า – หาดทรายดำ – เรย์นิสดรันก้าร์ – วิค

    เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำท่านเดินทางสู่บริเวณธารน้ำแข็ง Myrdalsjokull Glacier ซึ่งมีความหนาของน้ำแข็งมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยที่บางจุดมีความหนาของน้ำแข็งถึง 1 กิโลเมตร มีความกว้างเป็นอันดับ 4 ที่มีพื้นที่กว่า 596 ตารางกิโลเมตร เมื่อโดนแสงกระทบจะเกิดเป็นสีฟ้าอมเขียวใสสวยงามเหมือนมรกต นำท่านตื่นเต้นเร้าใจกับการนั่งรถโฟร์วิล (ขับเคลื่อนสี่ล้อ) ไต่ขึ้นเขาที่มีความสูงชัน และมีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,000 เมตร จากนั้นมีเวลาให้ท่านได้สัมผัสกับการขับรถสโนว์โมบิล(Snowmobile) ในบริเวณธารน้ำแข็งขนาดใหญ่บนกลาเซียร์ Myrdaljokul ซึ่งเป็นกลาเซียร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ โดยมีเนื้อที่ถึง 8,300 ตารางกิโลเมตร

    *** ใช้เวลาขับสโนโมบิล ประมาณหนึ่งชั่วโมง ขับคันละสองท่าน หากต้องการขับคนเดียวมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม(กรุณาสอบถามมีชุดกันหนาว ถุงมือ หมวกนิรภัย และรองเท้าลุยหิมะเตรียมไว้บริการทุกท่าน ***

    เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “ถ้ำน้ำแข็งคัทลา” (Katla Ice Caves) ซึ่งตั้งอยู่ใต้ธารน้ำแข็งไมดาลโจคูล นำท่านเปลี่ยนการเดินทางเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD Super Jeep) ชมวิวทิวทัศน์ที่แปกตาระหว่างทาง เดินทางถึงจุดจอดรถ ไกด์ท้องถิ่นจะเตรียมรองเท้าตะขอและหมวกกันน็อค ให้กับทุกท่าน เพื่อการเดินท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย นำท่านเดินจากจุดจอดรถประมาณ 30 นาที จนถึงบริเวณปากถ้ำ ถ้ำน้ำแข็งคัทลา ตั้งอยู่บริเวณภูเขาไฟคัทล่า ที่ดับลงแล้ว นำท่านเข้าชมภายในถ้ำน้ำแข็งที่สวยงาม นำทางโดยไกด์ท้องถิ่นผู้ชำนาญเส้นทางเก็บภาพความงดงามอย่างจุใจ นำท่านชม “เรย์นิสดรันก้าร์” Reynisdrangar ซึ่งเป็นลักษณะของภูเขาเล็กๆ ที่ เกิดจากลาวาของภูเขาไฟ และก่อตัวขึ้นกลางแม่น้ำตามธรรมชาติ ชม “หาดทรายดำ” ที่เต็มไปด้วยหินสีดำและเม็ดทราย รวมทั้งแนวหินบะซอลต์ (เกิดจากลาวาภูเขาไฟที่แข็งตัวอย่างรวกเร็วเมื่อเจอน้ำกับทะเลที่เย็น) รูปทรงเหมือนแท่งออร์แกนในโบสถ์ และในบริเวณนี้ยังเต็มไปด้วยบรรดานกต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นกแก้วทะเล หรือ พัฟฟิ่น (Puffin) นกทะเลท้องถิ่นที่น่ารักได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก

    ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำคณะท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
    พักที่: Dyrholaey Hotel Vik หรือที่พักระดับใกล้เคียง

  • วันที่สี่ของการเดินทาง(4) วิก – น้ำตกสโกก้า – ล่องเรือลากูนโจคูซาลอน(เจมส์บอน) ไดมอนด์ บีช – เอไกล์สตาดีร์

    เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำท่านชมความงามของ “น้ำตกสโกก้า” Skogafoss ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์มีความสูงประมาณ 62 เมตร ซึ่งไหลมาจากแม่น้ำสโกก้า ออกเดินทางผ่านเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติสกาฟตาเฟล (Skaftafel) ผ่ามชมทัศนียภาพที่สวยงามของประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเต็มไปด้วยความแปลกของแนวภูเขาไฟ และชั้นหินลาวาที่แข็งตัว แบบที่ท่านไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ผ่านชมน้ำตกระหว่างเส้นทาง ที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งบนยอดเขา เป็นเส้นทางที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ แวะชมจุดชมวิวธารน้ำแข็งสกีดาราโจกูล ชมเศษซากของสะพานสกีดารา สะพานที่เคยเป็นช่วงที่ยาวที่สุดในไอซ์แลนด์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถนนวงแหวน คานสะพานที่บิดเป็นเกลียวจากการถูกพัดพาไปโดยความร้อนจากภูเขาไฟและน้ำท่วมจากธารน้ำแข็ง มีฉากด้านหลังเป็นที่ราบสกีดาราซานดูร์ (Skeiðarársandur) ซึ่งเป็นที่ราบทรายภูเขาไฟสีดำที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมองเห็นธารน้ำแข็งสกีดาราราโจกุล (Skeiðarárjökull) และธารน้ำแข็งสวินาเฟลล์สโจกุล (Svinafellsjökull) อย่างสวยงามชัดเจน

    เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

    นำท่านเดินทางสู่ลากูนโจคูซาลอน จุดไฮไลท์ สำคัญของประเทศไอซ์แลนด์ นำท่านลงเรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ล่องชมลากูนสีเขียวเทอเคอวย์ ลากูนแห่งนี้ จะเต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็งหรือไอซ์เบิร์ก (iceberg) ขนาดต่างๆ มากมายลอยอยู่ในทะเลสาบ จะมีไกด์ท้องถิ่นนำบรรยายให้ความรู้แก่ทุกท่าน ชมความสวยงามของก้อนน้ำแข็งสีฟ้าที่ลอย อยู่รอบๆ ลำเรือ ได้เวลาสมควรนำท่านขึ้นฝั่งมีเวลาให้ท่านเก็บภาพความประทับใจอย่างเต็มที่ จากนั้นนำท่านเก็บภาพความสวยงามของก้อนน้ำ แข็งบริเวณชายหาดไดมอนด์ บีช (Diamond Beach) ที่มีก้อนน้ำแข็งอยู่บริเวณ ชายหาดประดุจก้อนเพชรเรียงรายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านนั่งรถโค้ชชมความงามของชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ผ่านชมเมือง Breiddalsvik ซึ่งเป็นเมืองชายทะเลทางฝั่งตะวันออกของประเทศไอซ์แลนด์ โดยระหว่างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามไม่ว่าจะเป็นลาวาของภูเขาไฟ น้ำตกใหญ่น้อยนับร้อยสาย และสัตว์ ต่าง ๆ ที่อยู่ตามธรรมชาติสองข้างทาง เช่น กวางเรนเดียร์ หงส์ป่า , นกเป็ดน้ำ ฯลฯ และสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิดมากมาย เดินทางถึงเมือง Egilsstadir เมืองซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งของ ทะเลสาบโลกูริน (Logurinn) ซี่งเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สามของประเทศไอซ์แลนด์ โดยมีเนื้อที่ถึง 53 ตารางกิโลเมตร ท่านจะได้ชมเมืองเล็ก ๆ เงียบ ๆ ตามแบบชนบทของ ไอซ์แลนด์อย่างแท้จริง

    ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
    พักที่: Fosshotel Eastfjords / Icelandair Hotel Herad หรือที่พักระดับใกล้เคียง

  • วันที่ห้าของการเดินทาง(5) เอไกล์สตาดีร์ – บ่อโคลนเดือด – ทะเลสาบเมวัท ดิมมูโบร์กีร์–– น้ำตกเดทติ – น้ำตกโกด้าฟอสส์ – อคูเรริ

    เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

    นำท่านชม “บ่อโคลนเดือดนามาฟแจล” (Namafjall) (แอ่งตะกอนที่อิ่มตัวไปด้วยน้ำ) ซึ่งมีไอน้ำร้อนจัดอยู่เบื้องล่าง เมื่อไอน้ำนั้นเคลื่อนที่จะทําให้โคลนที่อยู่ด้านบนพุ่งกระจายขึ้นมาคล้ายการระเบิดย้อยๆ ในบริเวณภูเขาไฟปกติบ่อโคลนเดือดมักมีกํามะถันอยู่มาก อิสระให้ท่านได้เก็บ ภาพปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เขตทะเลสาบเมวัท Myvatn Lake ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนซึ่งมีผลพวงมาจากลาวาภูเขาไฟ และพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรณีวิทยา และได้รับการประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์ของไอซ์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1974 เขตทะเลสาบ Myvatn เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งของประเทศ เขตทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นแหล่งชุกชุมของเป็ดน้ำที่สวยงามนานาพันธุ์ และถือเป็นเขตที่มีพันธุ์เป็ดน้ำมากที่สุดในยุโรป

    เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านชมดิมมูโบร์กีร์ (Dimmuborgir) หรือที่แปลว่า ปราสาทดำ พื้นที่ซึ่งเกิดจากการ ระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่ในอดีตกาล ราว 2,000 ปีก่อน ธารลาวาที่ไหลปกคลุมพื้นที่เมื่อโดนอากาศและน้ำ ที่เย็นจัด จึงทำให้พื้นที่โดยรอบกลายเป็นดินภูเขาไฟ และหินภูเขาไฟรูปทรงประหลาดต่างๆ ชาวพื้นเมืองเชื่อว่า ดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่เชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์และดินแดนใต้พิภพ ซึ่งเมื่อซาตานถูกขับไล่จากสวรรค์ลงสู่ ดินแดนใต้พิภพและผ่านดิมมูโบร์กีร์ทำ ใหพื้นที่แห่งนี้เกิดภัยธรรมชาติขึ้น จากนั้น นำท่านแวะเก็บภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของน้ำตกเดททิ(Dettifoss) ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติวัทนาโจคูล น้ำตกแห่งนี้เกิดจากการละลายตัวของธารน้ำแข็งและเป็นน้ำตกที่มีกระแสน้ำรุนแรงที่สุดในประเทศ ท่านจะตะลึงไปกับความแรงของกระแสน้ำและความสวยงามของหุบเหวที่ทอดยาวสุดสายตา ในบริเวณนี้จะมีน้ำตกอยู่หลายแห่งเนื่องจากการเคลื่อนตัวของผิวโลกทำให้เกิดการทรุดตัวของแผ่นดินนำท่านแวะเก็บภาพบริเวณน้ำตกโกด้าฟอส (Godafoss) น้ำตกรูปทรงโค้งเสี้ยวพระจันทร์ ประดุจจำลองน้ำตกไนแองการ่า มาตั้งไว้ที่นี่เลยทีเดียว เก็บภาพความสวยงามอย่างเต็มที่ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองอคูเรริ

    ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
    พักที่: Icelandair Hotel Akureyri / ที่พักระดับใกล้เคียง

  • วันที่หกของการเดินทาง (6) อคูเรริ / ฮูซาวิค – ล่องเรือชมปลาวาฬ – พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน สติกกิชฮอลเมอร์

    เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำท่านล่องเรือชมปลาวาฬ (Whale Watching) ซึ่งท่านจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการชมสัตว์ทางท้องทะเล ซึ่งท่านจะได้พบกับนกทะเลชนิดต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงปลาวาฬนานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ Killer Whale (Orca) , Minke Whale,  Humpback Whale  นอกจากนั้น ท่านจะมีโอกาสได้พบกับความน่ารักของ ปลาโลมา (Doiphin) ซึ่งจะมาว่ายน้ำหยอกล้อท่านอยู่ข้างเรืออย่างมากมาย ถือเป็นความน่ารักและความงดงามทางธรรมชาติซึ่งมีเฉพาะในดินแดนแถบนี้เท่านั้น

    เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน Glaumbaer  Folk Museum ซึ่งเป็นพิธิภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะหัตกรรมพื้นบ้านของชาวไอซ์แลนด์ รวมถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศไอซ์แลนด์อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง สติกกิชฮอลเมอร์ (Stykkishólmur) เมืองที่มีความโดดเด่นทางด้านประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สามารถดึงดูดเพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติ อันแสนเงียบสงบ ลัดเลาะไปตามชายฝั่งตะวันตกของอ่าวแคบๆในเขตเมืองกรุนดาร์ฟจอร์ดูร์ ไม่พลาดไปชมความงดงามของภูเขาเคิร์กจูเฟล  ภูเขาที่มีความสูงประมาณ 463 เมตร เป็นภูเขาที่มีทรงสวยงามและได้รับความนิยมมากในหมู่นักไต่เขา ใกล้ๆภูเขายังมีน้ำตกขนาดเล็กๆที่สวยงามมากแห่งหนึ่งอีก / นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก

    ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
    พักที่: Foss Hotel Stykkisholmur ที่พักระดับใกล้เคียง

  • วันที่เจ็ดของการเดินทาง(7) สติกกิชฮอลเมอร์ – ภูเขาคีร์กจูเฟล – นํ้าตกเฮินฟอซซ่า – เรคยาวิค

    เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

    นำท่านออกเดินทางสู่ ภูเขาคีร์กจูเฟล (Kirkjufell) เป็นภูเขาทางฝั่งตะวันตกของไอซ์แลนด์ (West Iceland) หนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไอซ์แลนด์ ในมุมมองยอดเขารูปกรวยคว่ำ มีน้ำตกและธารน้ำรายรอบ เป็นภาพสัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์ก็ว่าได้ ภูเขาลูกนี้มีความสูงประมาณ 463 เมตร ไม่ว่าจะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงไหนก็มีความงดงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่จะมองเห็นภูเขา Kirkjufell ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวนําท่านชมความสวยงามของ นํ้าตกเฮินฟอซซ่า (Hraunfossar Waterfalls) ซึ่งเป็นนํ้าตกสาขาหนึ่งของนํ้าตกใหญ่ที่ก่อกําเนิดจากแหล่งลําธารและแม่นํ้าสายต่างๆเป็นระยะทางกว่า 900 เมตร ของทุ่งลาวาที่เกิดจากภูเขาไฟที่อยู่ภายใต้ธารนํ้าแข็ง แลงโจกุล Langjökull

    เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางลอดอุโมงกลับสู่เมืองเรคยาวิค นำท่านชมนครเรคยาวิค เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ ที่มีความสวยงามไม่แพ้เมืองหลวงอื่นๆในแถบสแกนดิเนเวีย ท่านจะได้ สัมผัสกับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ นำท่านเก็บภาพประภาคารกรอตต้า (Grotta Lighthouse) ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งเป็นจุดชมวิวท้องทะเลที่สวยงามของกรุงเรคยาวิค จากนั้นนำท่านชมโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา โบสถ์ประจำเมืองที่ใช้จัดงานพิธีทางศาสนาที่สำคัญของประเทศซึ่งมีรูปทรงสถาปัตยกรรมแปลกไม่เหมือนที่ใดในโลก จากนั้นนำท่านชมตึกอาคารรัฐสภา รูปทรงทันสมัยและนำท่านเก็บภาพอาคารHofdi ที่ใช้ประชุมผู้นำระหว่างประธานาธิบดีเรแกน กับประธานาธิบดีกอบอชอฟ ในสมัยสงครามเย็น นำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าเก็บภาพอาคารฮาร์ป้า (Harpa Concert Hall) ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดทางสถาปัตยกรรม จากนั้นนำท่านเก็บภาพซัน โวยาเจอร์(Sun Voyager) สัญลักษณ์ของเสรีภาพ เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของกรุงเรคยาวิค

    ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
    พักที่: Radisson Blu Saga Hotel / Grand Hotel Reykjavik หรือที่พักระดับใกล้เคียง
    21.00 นำท่าน ตามล่าหาแสงเหนือ (Northern lights) หรือ แสงออโรร่า (Aurora borealis) (เฉพาะกรุ๊ปช่วงสงกรานต์) โดยรถโค้ช (มีฮีทเตอร์) คนขับรถผู้ชำนาญจะนำท่านไปยังจุดที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือมากที่สุดใช้เวลา ประมาณ 3 ชั่วโมง แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่จะปรากฏในตอนกลางคืน

  • วันที่แปดของการเดินทาง(8) เรคยาวิค – แช่น้ำแร่บลูลากูน – สนามบิน – เฮลซิงกิ

    เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
    นำท่านเดินทางสู่ บ่อน้ำร้อน บลูลากูน Blue Lagoon ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย อาทิ ซิลิกา (Sillica),พืชทะเล (Blue green algae),โคลนซิลิกา (Sillica Mud),ฟลูออรีน (Fluoringe),โซเดียม Sodium,โปตัสเซียมPotassium,แคลเซี่ยมCalcium,ซัลเฟต Salphate, คลอรีน (Chlorine), คาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide เป็นต้น นอกจากนั้น ภายในบ่อน้ำร้อนบูล ลากูน ยังมีเกลือแร่ซึ่งจะช่วยให้ท่านผ่อนคลายและรักษาโรคที่เกี่ยวกับผิวหนังได้ และยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอีกด้วย ท่านจะได้สัมผัสกับความสบายตัวจากการลงแช่และอาบน้ำในบ่อน้ำร้อนบูลลากูน*** กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำติดตัวไปด้วย ***

    เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย นำท่านขึ้นลิฟต์สู่ชั้นบนสุดของตึกพาร์ลาน เป็นตึกสไตล์โมเดิร์น ที่มีภัตตาคารอยู่ด้านบนให้ท่านชมวิทิวทัศน์ของกรุงเรคยาวิคอย่างเต็มที่แบบ 360 องศา อิสระทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย / ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเคฟลาวิค

    17.50 ออกเดินทางสู่กรุงเฮลซิงกิโดยสายการบินฟินแอร์เที่ยวบินที่ AY994

    00.05 เดินทางถึงกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ / นำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก

    พักที่: Holiday Inn Airport Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง

  • วันที่เก้าของการเดินทาง(9) เฮลซิงกิ – กรุงเทพ

    เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

    09.30 นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเฮลซิงกิ

    13.45 เหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ โดยสายการบินฟินแอร์ Finn Air เที่ยวบินที่ AY141

  • วันที่สิบของการเดินทาง(10) กรุงเทพฯ

    05.25 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

วันที่เดินทาง ราคาเริ่มต้น จำนวนคน
07 Apr 2024 - 16 Apr 2024 ฿ 199,900
09 Apr 2024 - 18 Apr 2024 ฿ 199,900
28 Apr 2024 - 07 May 2024 ฿ 199,900
17 May 2024 - 26 May 2024 ฿ 199,900
31 May 2024 - 09 Jun 2024 ฿ 199,900
19 Jun 2024 - 28 Jun 2024 ฿ 209,900
24 Jul 2024 - 02 Aug 2024 ฿ 229,900
07 Aug 2024 - 16 Aug 2024 ฿ 229,900
18 Sep 2024 - 27 Sep 2024 ฿ 209,900

ทัวร์ที่คล้ายๆกัน