ททท : 11/11519
Header

GO JAPAN HOKKAIDO FLOWER & FRUIT FREE DAY

ข้อมูลเกี่ยวกับทัวร์นี้

  • รหัสทัวร์: SPSJP102
  • ราคาเริ่มต้น: ฿ 58,900
  • 7 วัน 5 คืน
  • ญี่ปุ่น
  • 18 Jul 2024 - 31 Jul 2024
  • การบินไทย
ปฏิทิน

ไฮไลท์ทัวร์

  • โนโบริเบ็ทสึ – หุบเขานรกจิโกกุดานิ – กิจกรรมเก็บผลไม้ฟาร์มเชอรรี่ - จุดชมวิวทะเลสาบโทยะ – แช่น้ำแร่ธรรมชาติ
  • สัมผัสน้ำแร่ธรรมชาติ ณ สวนฟูกิดาชิ - เมืองโอตารุ – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี - ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ - ร้าน Duty Free – เมืองอาซาฮิคาวะ – อิออน มอลล์ อาซาฮิคาว่า
  • TANBO ART ศิลปะบนทุ่งนา – ผ่านชมทุ่งหญ้าบิเอะ – สวนชิกิไซโนะโอกะ – ทุ่งดอกไม้หลากสี – บุฟเฟ่ต์เมล่อน - โทมิตะฟาร์ม – ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ – บลูพอนด์(สระน้ำสีฟ้า) – เมืองซับโปโร
  • ศาลเจ้าฮอกไกโด – โรงงานช็อคโกแลต – มิตชุยเอาเล้ตท์ - เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า – โมอายแห่งเมืองฮอกไกโด

แผนการเดินทาง

  • วันแรก กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – ซัปโปโร (สนามบินชิโตเซะ) (TG670 : 23.45 – 08.30 )

    20.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตูหมายเลข 10 เคาน์เตอร์ U สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ

    23.45 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินชิโตเซะ ประเทศญี่ปุ่น โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG670
    (สายการบินมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

  • วันที่สอง ซัปโปโร (สนามบินชิโตเซะ) - โนโบริเบ็ทสึ – หุบเขานรกจิโกกุดานิ – กิจกรรมเก็บผลไม้ฟาร์มเชอรรี่ - จุดชมวิวทะเลสาบโทยะ – แช่น้ำแร่ธรรมชาติ

    08.30 น. เดินทางถึง สนามบินชิโตเซะ ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2 ชม.) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว (สำคัญมาก!! ไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศญี่ปุ่นหากฝ่าฝืนมีโทษจับปรับได้)

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเกาะฮอกไกโด ชม หุบเขานรกจิโกกุดานิ (Jigokudani) หรือเรียกอีกอย่างว่า “หุบเขานรก” อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Toya เมือง Noboribetsu ที่เรียกว่าหุบเขานรกนั้น เพราะที่นี่มีทั้งบ่อโคลนและบ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติกระจายไปทั่วบริเวณที่มีควันร้อน ๆ พวยพุ่งขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา และถือเป็นแหล่งกำเนิดน้ำแร่และออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเกาะฮอกไกโด ทางเข้าหุบเขาจะมีสัญลักษณ์เป็นยักษ์สีแดงตัวใหญ่ถือตะบองคอยต้อนรับเป็นยักษ์ที่คอยคุ้มกันภัยให้ผู้มาเยือนดังนั้นทุกบริเวณพื้นที่ของที่นี่ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึกห้องน้ำจะมีป้ายต่าง ๆ ที่มีสัญลักษณ์รูปยักษ์ให้เห็นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 1)

    นำท่านมุ่งสู่ ฟาร์มเชอรี่ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับลูกเชอรี่สีแดงที่สามารถเก็บและกินสด ๆ กับมือได้แบบไม่อั้นอย่างเต็มอิ่ม ผลไม้ของชาวญี่ปุ่นมีการปลูกอย่างพิถีพิถันและได้รับการดูแลเอาใจใส่ทุกกระบวนการทุกขั้นตอน ทําให้ผลไม้ของที่นี่นั้นมีขนาดใหญ่ และรสชาติหวานกว่าบ้านเราหลายเท่า (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

    นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโทยะ เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของญี่ปุ่น ภายในทะเลสาบมีเกาะถึง 4 เกาะ มีทัศนียภาพที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน ทะเลสาบแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่น้ำจะไม่แข็งตัวในช่วงฤดูหนาว กลางทะเลสาบมีเกาะเล็กๆอยู่ตรงกลาง คือ เกาะนากาจิมะ(Nakajima Island) สามารถลงไปเดินเล่นได้ (ยกเว้นฤดูหนาว) และเมื่อครั้งอดีต ในวันที่ 7-9 ก.ค. 2008 เหล่าผู้นำ G8 ก็ได้เลือกเป็นที่จัดการประชุม โดยพักกันที่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ ทะเลสาบแห่งนี้

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)
    JOZANKEI ONSEN หรือ TOYA ONSEN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว [♨]
    หลังมื้ออาหารค่ำ ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำจากแร่ธรรมชาติสไตล์ญี่ปุ่น

  • วันที่สาม สัมผัสน้ำแร่ธรรมชาติ ณ สวนฟูกิดาชิ - เมืองโอตารุ – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี - ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ - ร้าน Duty Free – เมืองอาซาฮิคาวะ – อิออน มอลล์ อาซาฮิคาว่า

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)

    เมืองเคียวโกคุ ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของฮอกไกโด ซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็กบนทางตะวันออกของภูเขา Yotei ด้วยประชากรประมาณ 3,500 คน มันเป็นสถานที่ๆงดงามเพื่อเพลิดเพลินกับทิวทัศน์และน้ำบริสุทธิ์และมีนักท่องเที่ยว 800,000 คนต่อปี
    สัมผัสน้ำแร่ธรรมชาติ ณ สวนฟูกิดาชิ (Fukidashi) เมือง เคียวโกคุเป็นสวนที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบทุกช่วงอายุสำหรับน้ำในบ่อน้ำพุที่อร่อยและได้รับเลือกจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้เป็นหนึ่งในร้อยน้ำที่บริสุทธิ์ในญี่ปุ่น บ่อน้ำพุเกิดจากน้ำฝนและหิมะที่ไหลอยู่บนภูเขาYotei ในหลายศตวรรษและเป็นบ่อน้ำพุทางธรรมชาติอย่างแท้จริง อุณหภูมิจะอยู่ที่ 6 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี โดยอุดมไปด้วยแร่ธาตุ

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ (Otaru) เมืองโรแมนติคของเกาะฮอกไกโด ที่ควบคู่ไปกับความเก่าแก่และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แวะชม คลองโอตารุ (Otaru Canal) ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ค.ศ.1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองโอตารุ ออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าวให้ท่านเดินเล่น พร้อมถ่ายรูปอัธยาศัย กับอาคารเก่าแก่ริมคลองและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

    พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี อาคารเก่าแก่สองชั้นที่ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดง แต่โครงสร้างภายในทำด้วยไม้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1910 ปัจจุบันนับเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชาติ
    ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ เพลิดเพลินกับบรรยากาศน่ารัก ๆ ของตัวการ์ตูนแมวชื่อดัง คิตตี้ ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
    ร้านดิวตี้ฟรี (Duty Free) จำหน่ายของฝากของที่ระลึกปลอดภาษี ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองซัปโปโร ภายในมีสินค้าลดราคามากมาย ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าภายในร้าน เช่นขนม เครื่องสำอาง ของที่ระลึก และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 4)

    เดินทางสู่ เมืองอาซาฮิคาว่า เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาะฮอกไกโด รองจากนครซัปโปโระมีร้านค้าที่ขายข้าวและผักที่ปลูกได้ในเมือง และยังมีร้านขายอาหารทะเลตั้งอยู่มากมาย การคมนาคมสมบูรณ์แบบ ทำให้แต่ละปีมีผู้มาท่องเที่ยวกว่า 5 ล้านคนจากทั้งในและต่างประเทศ

    นำท่านมุ่งหน้าสู่ อิออน มอลล์ ฮาซาฮิคาวะ (AEON MALL) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของฮาซาฮิคาวะ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึกกัน อาทิ ขนมโมจิ เบนโตะ ผลไม้ และขนมขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอย่าง คิทแคท สามารถหาซื้อได้ที่นี่เช่นกัน

    เย็น อิสระอาหารเย็ยตามอัธยาศัย
    ที่พัก ASAHIKAWA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

  • วันที่สี่ TANBO ART ศิลปะบนทุ่งนา – ผ่านชมทุ่งหญ้าบิเอะ – สวนชิกิไซโนะโอกะ – ทุ่งดอกไม้หลากสี – บุฟเฟ่ต์เมล่อน - โทมิตะฟาร์ม – ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ – บลูพอนด์(สระน้ำสีฟ้า) – เมืองซับโปโร

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5)

    ชม ศิลปะบนทุ่งนา ซึ่งเริ่มมีในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 1993 โดยการใช้ต้นข้าวที่มีสีแตกต่างกันมาปลูกลงบนทุ่งนา ซึ่งเปรียบเสมือนทุ่งนาเป็นผืนผ้าในการวาดภาพศิลปะและใช้ต้นข้าวในการวาดภาพจนกลายเป็นภาพวาดขนาดใหญ่และมีความสวยงาม เพื่อให้ผู้คนสนใจในเสน่ห์ของ ศิลปะนาข้าว และสนใจในด้านเกษตรกรรม

    ผ่านชม ทุ่งหญ้าบิเอะ ทางตอนใต้ของเมืองอะซาฮิคาวาอยู่ใกล้กับใจกลางฮอกไก ทุ่งกว้างที่มีทั้งดอกลาเวนเดอร์ ทานตะวัน ป๊อบปี้ คอสมอส และดอกแซลเวียสีม่วงที่จัดเรียงกันเป็นภาพตัดปะที่สวยงาม ด้วยทัศนียภาพที่งดงาม 360 องศา

    นำท่านชม สวนชิกิไซโนะโอกะ เป็นสวนดอกไม้บนเนินที่มีพรมดอกไม้บาน ดอกไม้เหล่านี้มีทั้งดอกทิวลิป ลูพิน ลาเวนเดอร์ ซัลเวีย ทานตะวัน รักเร่ และแอนนีโมนีญี่ปุ่น ที่นี่ถูกยกให้เป็นสวนสรรค์ของคนรักดอกไม้นานาสายพันธุ์บนพื้นที่สิบห้าเฮกตาร์ เรียกได้ว่ามีความงดงามให้ได้ยลกันทุก ๆ ฤดูกาล

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 6) **พิเศษบุฟเฟ่ต์เมล่อน**

    เดินทางสู่ เมืองฟูราโน่ (Furano) ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของเกาะฮอกไกโด ได้รับฉายาว่า “เฮะ โซะ โนะ มะ ชิ” หรือ “เมืองสะดือ” เที่ยวชม โทมิตะฟาร์ม (Farm Tomita) ที่นี่มีดอกไม้หลากสายพันธุ์ให้ชม (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) แต่ที่มีชื่อเสียงมากก็คงจะเป็นดอกลาเวนเดอร์ นอกจากดอกลาเวนเดอร์จะมีความสวยงามแล้ว ยังได้นำดอกไปสกัดเป็นน้ำหอมและได้รับความนิยมมายาวนานถึง 33 ปี ฟาร์มแห่งนี้ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความงามดอกลาเวนเดอร์จำ นวนมาก ส่วนใหญ่มักจะมาในช่วงที่ดอกไม้กำลังเบ่งบาน นั่นก็คือ ในช่วงประมาณเดือน เมษายนถึงเดือนตุลาคม โดยเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์สวยงามและเบ่งบานมากกว่าเดือนอื่นๆ

    นำท่านเดินทางสู่ สระน้ำสีฟ้า (Aoiike Blue Pond) ตั้งอยู่ที่บริเวณเเม่น้ำบิเอะกาวะ ของเมืองบิเอะ โดยเกิดขึ้นมาจากการกั้นเขื่อนเพื่อป้องกันไม่ให้โคลนจากภูเขาไฟโทคาจิที่ปะทุขึ้นมาแล้วเข้าสู่เมือง เมื่อประมาณปี ค.ศ.1988 ซึ่งชื่อของสระน้ำสีฟ้า ตั้งชื่อตามสีของน้ำในสระที่เกิดจากแร่ธาตุตามธรรมชาติในก้นสระ โดยเกิดมาจากโคลนภูเขาไฟโทคาจิ ทำให้น้ำในสระมีสีฟ้าและใสมากกว่าสระน้ำตามธรรมชาติทั่วไป อีกทั้งยังมีตอไม้จำนวนมากที่โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ มองแล้วสวยงามแปลกตาอย่างมากด้วย ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เงียบสงบ

    เย็น อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
    SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

  • วันที่ห้า อิสระช้อปปิ้งและท่องเที่ยวในเมืองซัปโปโร

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม (มื้อที่ 7)

    ให้ท่านได้อิสระท่องเที่ยวในเมืองซัปโปโร แหล่งที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและร้านค้ามากมาย รวมไปถึงที่เที่ยวจุด Check in ต่างๆมากมาย อาทิเช่น
    นั่งกระเช้าขึ้นสู่ภูเขาโมอิวะ (Mt.moiwa) เป็นจุดชมวิวยอดฮิตของเมืองซัปโปโร่ โดยภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อมากกับการเป็นจุดชมวิวเมืองที่ดีงามแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน หรือ ช่วงกลางคืนที่จะสว่างไสวด้วยแสงไฟจากตัวเมือง นอกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมมาชมวิวที่นี้แล้ว ชาวเมืองซัปโปโร่นั้นยังนิยมมาที่นี้ ในฐานะ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนรัก”
    ตลาดปลานิโจ (Nijo Ichiba) ตลาดเก่าแก่กว่า 100 ปี เป็นหนึ่งในตลาดยอดนิยมของทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ได้มาสัมผัสบรรยากาศตลาดปลาญี่ปุ่น และเลือกชิมอาหารทะเลสดๆ ตามอัธยาศัย

    JR TOWER แหล่งที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและร้านค้ามากมายให้ท่านได้ช้อปปิ้ง เช่น ร้าน BIC CAMERA จำหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์, ร้าน 100 เยน, ร้าน UNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นบนชั้น 10 ของตึก ESTA ยังมี พิพิธภัณฑ์ราเมน เป็นแหล่งรวมราเมนชื่อดังทั่วทั้งเกาะฮอกไกโด มาอยู่รวมกันที่นี่ ให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบราเมนได้ลิ้มรสชิมราเมนจากเมืองต่างๆ ได้อย่างจุใจ
    ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา ที่เลียนแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ที่ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อนเป็นอิฐที่ทำมาจากหมู่บ้านชิโรอิชิและโทโยชิร่า ตึกนี้ผ่านการใช้งานมายาวนานกว่า 80 ปีและได้ย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นตึกใหม่ทันสมัยสูง 10 ชั้นตั้งอยู่ทางด้านหลังตึกเก่า แต่ความงดงามที่เห็นนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ.2454 แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2512

    พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) ด้านในของพิพิธภัณฑ์จะแนะนำประวัติของเบียร์ในญี่ปุ่น และกระบวนการขั้นตอนการผลิตเบียร์ ทั้งความละเอียดของข้อมูลและการจัดแสดง ด้านหลังนิทรรศการมีให้ชิมเบียร์ฟรีอีกด้วยถ้าเดินทางเพลินจนเหนื่อยแล้วอยากหาที่นั่งชิลๆ พร้อมเติมพลังและเบียร์ที่ชิมมันน้อยเกินไป ก็สามารถเดินไปใกล้ๆกับตัวพิพิธภัณฑ์ได้ เนื่องจากเป็นสวนเบียร์ซัปโปโร(Sapporo Beer Garden) ประกอบด้วยร้านอาหาร 2 ร้าน คือ Garden Grill และ Genghis Kan Hall มีบรรยากาศสบายๆกับการดื่มเบียร์ และรับประทานบาร์บีคิวเนื้อแกะ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นที่นิยมมากๆและไม่อยากให้พลาดทีเดียว

    อิสระอาหารกลางวันและเย็นตามอัธยาศัย
    SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

  • วันที่หก ศาลเจ้าฮอกไกโด – โรงงานช็อคโกแลต – มิตชุยเอาเล้ตท์ - เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า – โมอายแห่งเมืองฮอกไกโด – พิเศษบุฟเฟ่ต์ร้าน NANDA ดีที่สุดในซัปโปโร

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม (มื้อที่ 8)

    นำท่านเดินทางสู่ ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido shrine) ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ซัปโปโร เป็นศาลเจ้าศาสนาพุทธนิกายชินโตถือเป็นศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่แห่งหนึ่งในเกาะฮอกไกโด ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1871 ในปัจจุบันก็ยังคงมีความเกี่ยวข้องผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวฮอกไกโดอย่างลึกซึ้ง เริ่มตั้งแต่การมาสักการะในวันปีใหม่ การปัดเป่ารังควาญ วันเซ็ตสึบุน พิธีสมรสและอื่น ๆ เป็นต้น ในเขตศาลเจ้าที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีกระรอกป่ามาเยี่ยมทักทาย
    แวะซื้อของฝากที่ โรงงานช็อคโกแลต ชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park) แหล่งผลิตช็อคโกแลตที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ตัวอาคารของโรงงานถูกสร้างขึ้นในสไตล์ยุโรปแวดล้อมไปด้วยสวนดอกไม้ ซึ่งมีช็อคโกแลตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี้ คือ Shiroi Koibito ซึ่งมีความหมายว่า ช็อคโกแลตขาวแด่คนรัก ท่านสามารถเลือกซื้อกลับไปให้คนที่ท่านรักทานหรือว่าซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านได้

    ช้อปปิ้ง MITSUI OUTLET PARK SAPPORO เป็นห้างสรรพสินค้ารูปแบบ Outlet mall ขนาดใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด ตั้งอยู่ที่เมือง Kita-Hiroshima ชานเมืองทิศตะวันออกซัปโปโร ใกล้เส้นทางที่ไปยัง สนามบินชิโตเซะ เปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2012 ภายในห้างมีร้านค้าแบรนด์ต่างๆกว่า 128 ร้าน รวมถึงร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์อาหารขนาดใหญ่จุ 650 ที่นั่ง และร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าจากฟาร์มท้องถิ่นประจำจังหวัดฮอกไกโด
    กลางวัน อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

    เนินแห่งพระพุทธเจ้า หรือ Hill of the Buddha ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองซัปโปโร ที่ถูกออกแบบโดย Mr.Tadao ando สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น พระพุทธรูปมีความสูงถึง 13.5 เมตร และมีน้ำหนักมากถึง 1500 ตัน ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู ฤดูหนาวก็จะรู้สึกได้ถึงความงดงามของหิมะที่ขาวโพลน นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆเรียกได้ว่าเป็น Unseen Hokkaido เลยทีเดียว จากนั้นนำท่านชม โมอายแห่งเมืองฮอกไกโด หรือที่เรียกว่า (makomanai takino reien) สร้างขึ้นในปี 1982 มีเนื้อที่ทั้งหมด 1,8000,473 ตารางเมตร ด้านในมีรูปปั้นหินโมอายขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเรียงรายอยู่จำนวนมาก

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 9)
    พิเศษบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ขาปูยักษ์ เนื้อวากิวพรีเมี่ยม หอยเชลล์ ชาชิมิ ของหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่ม Soft Drink
    ที่พัก SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

  • วันที่เจ็ด ซัปโปโร (สนามบินชิโตเสะ) – กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม หรือ SET BOX (มื้อที่ 10)
    นำท่านเช็คเอาท์และตรวจสอบสัมภาระก่อนเดินทางไปยัง สนามบินชิโตเสะ

    10.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG671
    (สายการบินมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

    15.00 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

วันที่เดินทาง ราคาเริ่มต้น จำนวนคน
18 Jul 2024 - 24 Jul 2024 ฿ 58,900
25 Jul 2024 - 31 Jul 2024 ฿ 58,900

ทัวร์ที่คล้ายๆกัน