- 5 วัน 3 คืน
รหัส : SPSJP339
ราคาเริ่มต้น ฿24,888
20.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ของบริษัท ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ
23.45 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินชิโตเสะ ประเทศญี่ปุ่น โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG670 (สายการบินมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
08.30 น. เดินทางถึง สนามบินชิโตเสะ ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2 ชม.) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว (สำคัญมาก!! ไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศญี่ปุ่นหากฝ่าฝืนมีโทษจับปรับได้
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเกาะฮอกไกโด ชม หุบเขานรกจิโกกุดานิ (Jigokudani) หรือเรียกอีกอย่างว่า “หุบเขานรก” อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Toya เมือง Noboribetsu ที่เรียกว่าหุบเขานรกนั้น เพราะที่นี่มีทั้งบ่อโคลนและบ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติกระจายไปทั่วบริเวณที่มีควันร้อน ๆ พวยพุ่งขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา และถือเป็นแหล่งกำเนิดน้ำแร่และออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเกาะฮอกไกโด ทางเข้าหุบเขาจะมีสัญลักษณ์เป็นยักษ์สีแดงตัวใหญ่ถือตะบองคอยต้อนรับเป็นยักษ์ที่คอยคุ้มกันภัยให้ผู้มาเยือนดังนั้นทุกบริเวณพื้นที่ของที่นี่ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึกห้องน้ำจะมีป้ายต่าง ๆ ที่มีสัญลักษณ์รูปยักษ์ให้เห็นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 1)
เดินทางสู่ภูเขาไฟโชวะซินซัน (Showa Shinzan) ซึ่งมีอนุสาวรีย์บุรุษไปรษณีย์ผู้ค้นพบความเคลื่อนไหวและการเกิดขึ้นมาใหม่ของภูเขาไฟเกิดใหม่ประมาณปี ค.ศ.1944 -1945 ภูเขาไฟน้องใหม่ที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของผิวโลกในปี 1946 ซึ่งระเบิดปะทุติดต่อกันนานถึง 2 ปีจนกลายมาเป็นภูเขาโชวะชินซัน ดังที่เห็นอยู่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของรัฐบาลในฐานะเป็น “อนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งพิเศษ” พร้อมบันทึกภาพเป็นที่ระลึก
จากนั้นนำท่านนั่ง กระเช้าอุสุซัง (Mt.Usu Ropeway) ขึ้นสู่ยอดเขาไฟอุสุ บนยอดเขาไฟอุสุมี ‘Mt.USU Terrace’ ที่สามารถจิบเครื่องดื่มพร้อมชมวิวทะเลสาบโทยะ นอกจากนี้ยังมีที่นั่งโซฟาเพื่อให้ท่านได้ผ่อนคลายที่ดาดฟ้าและชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโจซังเค เป็นเมืองน้ำพุร้อนเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองซัปโปโรที่สุดและมีชื่อเสียงอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะเป็นที่ตั้งของเขื่อนโฮเฮเคียว
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดอีกแห่งในเกาะฮอกไกโด
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาโจซังเค เป็นเมือง บ่อน้ำพุร้อน ถูกค้นพบเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1866 เกิดขึ้นตั้งแต่โบราณสมัยเริ่มต้นเมื่อครั้งที่พระธุดงค์มิซุอุมิโจซันสร้างโรงน้ำพุร้อนบำบัด คุณสมบัติของน้ำพุร้อนโจซังเคคือเป็นน้ำแร่เกลือโซเดียมคลอไรด์ที่จะทำให้ร่างกายอบอุ่นจากภายใน มีแหล่งน้ำพุร้อน 56 แห่งซึ่งพ่นน้ำแร่อุณหภูมิ 60 – 80 ºC ปริมาณถึง 8,600 ลิตรทุกนาที
อิสระเพลิดเพลินเดินชมงานประดับไฟ โจซังเคเนเจอร์ลูมินาริเอะ (Jozankei Nature Luminarie)
เป็นการแสดงแสงสีในจินตนาการ เพื่อฉลองครบรอบ 150 ปีแห่งการเปิดน้ำพุร้อนโจซังเค (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 ตุลาคม 2567) สถานที่จัดงานในสวนสาธารณะฟุตามิซึ่งอยู่ที่หุบเขาในย่านน้ำพุร้อน จนถึงสะพานแขวนฟุตามิสัญลักษณ์ของโจซังเค ชมบรรยากาศที่แตกต่างกันในเวลากลางวันและกลางคืน เช่น ทางเดินแห่งแสงสว่าง ที่ตามทางเดินจะถูกล้อมรอบด้วยแสงเรืองๆ หรือป่าแห่งแสงสว่างที่มีดอกไม้แห่งแสงสว่าง การฉายภาพอันวิจิตรที่เพิ่มสีสันให้แก่สะพาน กิจกรรมนี้จัดขึ้นเฉพาะแขกที่เข้าพักในพื้นที่ Jozankei เท่านั้น (เวลาเปิด 18.00 – 20.45 น.) ท่านสามารถเดินจากโรงแรมที่พักประมาณ 10 – 15 นาที ไปยังงานประดับไฟ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม หรือ ร้านอาหาร (มื้อที่ 2)
ที่พัก JOZANKEI ONSEN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
(ที่นอนอาจเป็นแบบ เบาะฟุตง หรือ เตียง ขึ้นอยู่กับการจัดการของทางโรงแรม) หลังมื้ออาหารค่ำ ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำจากแร่ธรรมชาติสไตล์ญี่ปุ่น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสะพานโจซังเคฟุตามิ ซึ่งจุดเด่นของที่นี่คือสะพานแขวนฟุตะมิ (Futamii Suspension Bridge) ที่ข้ามแม่น้ำโทโยฮิระ (Toyohira River) พื้นที่โดยรอบนั้นประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้นานาพันธุ์กว่า 800 ชนิด นอกจากนี้ที่นี่ยังมีตำนานของสิ่งมีชีวิตอย่าง คัปปะ (Kappa) ซึ่งเล่าขานกันเป็นวงกว้างในญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ จึงจะเห็นรูปปั้นคัปปะได้ตามรอบบริเวณแห่งนี้อีกด้วย (การเปลี่ยนสีของใบไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 4)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ (Otaru) เมืองโรแมนติคของเกาะฮอกไกโด ที่ควบคู่ไปกับความเก่าแก่และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แวะชม คลองโอตารุ (Otaru Canal) ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ค.ศ.1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองโอตารุ ออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าวให้ท่านเดินเล่น พร้อมถ่ายรูปอัธยาศัย กับอาคารเก่าแก่ริมคลองและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
เดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ เป็นศูนย์รวมกล่องดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งภายในมีการจัดแสดง และจำหน่ายกล่องดนตรี ในรูปแบบต่างๆ ทีถูกสะสมมาตั้งแต่อดีต และการตกแต่งที่นี้ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย ทำให้เดินชมได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังมี “นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Stream Clock)” เป็นนาฬิกาไอน้ำโบราณสไตล์อังกฤษ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่ประเทศแคนาดา มอบให้แก่เมืองโอตารุ นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที เหมือนกับนาฬิกาไอน้ำอีกเรือนหนึ่งที่ประเทศแคนาดา
ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ เพลิดเพลินกับบรรยากาศน่ารักๆ ของตัวการ์ตูนแมวชื่อดัง คิตตี้ ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
ร้านดิวตี้ฟรี (Duty Free) จำหน่ายของฝากของที่ระลึกปลอดภาษี ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองซัปโปโร ภายในมีสินค้าลดราคามากมาย ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าภายในร้าน เช่นขนม เครื่องสำอาง ของที่ระลึก และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้าน NANDA SEAFOOD BUFFET (มื้อที่ 5)
พิเศษบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ขาปูยักษ์ เนื้อวากิว หอยเชลล์ ชาชิมิ ของหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่ม Soft Drink
ที่พัก SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)
ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido shrine) ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ซัปโปโร เป็นศาลเจ้าศาสนาพุทธนิกายชินโตถือเป็นศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่แห่งหนึ่งในเกาะฮอกไกโด ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1871 ในปัจจุบันก็ยังคงมีความเกี่ยวข้องผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวฮอกไกโดอย่างลึกซึ้ง เริ่มตั้งแต่การมาสักการะในวันปีใหม่ การปัดเป่ารังควาญ วันเซ็ตสึบุน พิธีสมรสและอื่นๆ เป็นต้น ในเขตศาลเจ้าที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีกระรอกป่ามาเยี่ยมทักทาย
ถนนต้นแปะก๊วยมหาวิทยาลัยฮอกไกโด หนึ่งในมหาวิทยาลัยขึ้นชื่อของญี่ปุ่นที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ใจกลางเมือง เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี มีต้นแปะก๊วยกว่า 70 ต้น ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ต้นแปะก๊วยเรียงรายจากทางเข้าของมหาวิทยาลัยทอดยาว 380 เมตร สวยเหมือนภาพวาดและด้านข้างยังมีต้นโมมิจิสลับสีสัน จึงทำให้ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้แดงสุดคลาสสิคของฮอกไกโด (การเปลี่ยนสีของใบไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
เดินทางสู่ สวนลับฮิราโอกะ (Hiraoka Tree Art Center) สวนสาธารณะในเมืองซัปโปโร มีต้นโมมิจิ (เมเปิ้ล) หลากสายพันธุ์กว่า 700 ต้น ไฮไลท์สำคัญคือ อุโมงค์เมเปิ้ลแดง ที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม และมุมสวนญี่ปุ่น ช่วงกลางต.ค. – ต้นพ.ย.(ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) จะเต็มไปด้วยสีเขียวเหลืองแดงของใบไม้เปลี่ยนสี (การเปลี่ยนสีของใบไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ MITSUI OUTLET PARK SAPPORO (CASH BACK)(มื้อที่ 7)
นำท่านช้อปปิ้ง MITSUI OUTLET PARK SAPPORO เป็นห้างสรรพสินค้ารูปแบบ Outlet mall ขนาดใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด ตั้งอยู่ที่เมือง Kita – Hiroshima ชานเมืองทิศตะวันออกซัปโปโร ใกล้เส้นทางที่ไปยัง สนามบินชิโตเซะ เปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2012 ภายในห้างมีร้านค้าแบรนด์ต่างๆ กว่า 128 ร้าน รวมถึงร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์อาหารขนาดใหญ่จุ 650 ที่นั่ง และร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าจากฟาร์มท้องถิ่นประจำจังหวัดฮอกไกโด
เนินแห่งพระพุทธเจ้า หรือ Hill of the Buddha ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองซัปโปโร ที่ถูกออกแบบโดย Mr.Tadao ando สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น พระพุทธรูปมีความสูงถึง 13.5 เมตร และมีน้ำหนักมากถึง 1500 ตัน ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู ฤดูหนาวก็จะรู้สึกได้ถึงความงดงามของหิมะที่ขาวโพลน นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆเรียกได้ว่าเป็น Unseen Hokkaido เลยทีเดียว จากนั้นนำท่านชม โมอายแห่งเมืองฮอกไกโด หรือที่เรียกว่า (makomanai takino reien) สร้างขึ้นในปี 1982 มีเนื้อที่ทั้งหมด 1,8000,473 ตารางเมตร ด้านในมีรูปปั้นหินโมอายขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเรียงรายอยู่จำนวนมาก
ช้อปปิ้ง ถนนทานุกิโคจิ (Tanukikoji) เป็นย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ ที่เปิดให้บริการยาวนานกว่า 100 ปี จุดเด่นของย่านนี้คือการสร้างหลังคาที่คลุมทั่วตลาด ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก พายุหิมะ เข้าก็สามารถมาเดินช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ยังมีร้านค้ามากถึง 200 ร้าน โดยมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตรส่วนสินค้าก็มีทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าแบรนด์ ดังอย่าง Uniqlo, New Balance, Adidas, Puma เป็นต้น และที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือร้าน Daiso ที่ทุกอย่างราคา 100 เยน รวมไปถึงร้าน Donkiที่มีขายทุกอย่างตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าไปถึงเครื่องสำอางค์ในราคาที่ถูกจนน่าตกใจหรือถ้าเดินจนหมดแรงที่นี่ก็มีร้านอาหารดังๆหลายร้านคอยให้บริการอยู่ด้วย
เย็น อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม (มื้อที่ 8)
ให้ท่านได้อิสระท่องเที่ยวในเมืองซัปโปโร แหล่งที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและร้านค้ามากมาย รวมไปถึงที่เที่ยวจุด Check in ต่างๆมากมาย อาทิเช่น”
นั่งกระเช้าขึ้นสู่ ภูเขาโมอิวะ (Mt.moiwa) เป็นจุดชมวิวยอดฮิตของเมืองซัปโปโร่ โดยภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อมากกับการเป็นจุดชมวิวเมืองที่ดีงามแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน หรือ ช่วงกลางคืนที่จะสว่างไสวด้วยแสงไฟจากตัวเมือง นอกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมมาชมวิวที่นี้แล้ว ชาวเมืองซัปโปโร่นั้นยังนิยมมาที่นี้ ในฐานะ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนรัก”
ตลาดปลานิโจ (Nijo Ichiba) ตลาดเก่าแก่กว่า 100 ปี เป็นหนึ่งในตลาดยอดนิยมของทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ได้มาสัมผัสบรรยากาศตลาดปลาญี่ปุ่น และเลือกชิมอาหารทะเลสดๆ ตามอัธยาศัย
JR TOWER แหล่งที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและร้านค้ามากมายให้ท่านได้ช้อปปิ้ง เช่น ร้าน BIC CAMERA จำหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์, ร้าน 100 เยน, ร้าน UNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นบนชั้น 10 ของตึก ESTA ยังมี พิพิธภัณฑ์ราเมน เป็นแหล่งรวมราเมนชื่อดังทั่วทั้งเกาะฮอกไกโด มาอยู่รวมกันที่นี่ ให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบราเมนได้ลิ้มรสชิมราเมนจากเมืองต่างๆ ได้อย่างจุใจ
ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา ที่เลียนแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ที่ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อนเป็นอิฐที่ทำมาจากหมู่บ้านชิโรอิชิและโทโยชิร่า ตึกนี้ผ่านการใช้งานมายาวนานกว่า 80 ปีและได้ย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นตึกใหม่ทันสมัยสูง 10 ชั้นตั้งอยู่ทางด้านหลังตึกเก่า แต่ความงดงามที่เห็นนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ.2454 แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2512
พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) อาคารอิฐแดงเก่าแก่ สไตล์วินเทจ สามารถสัมผัสได้ถึงสี่ฤดูของญี่ปุ่น เหมาะแก่การมาเช็คอินถ่ายรูปอย่างมาก ด้านในของพิพิธภัณฑ์จะแนะนำประวัติของเบียร์ในญี่ปุ่น และกระบวนการขั้นตอนการผลิตเบียร์ ทั้งความละเอียดของข้อมูลและการจัดแสดง
**เพื่อให้ท่านได้สนุกอย่างเต็มที่อิสระอาหารกลางวันและอาหารเย็นตามอัธยาศัย**
ที่พัก SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หรือ SET BOX (มื้อที่ 9)
นำท่านเช็คเอาท์และตรวจสอบสัมภาระก่อนเดินทางไปยัง สนามบินชิโตเสะ ถึง สนามบินชิโตเสะ ทำการเช็คอินและโหลดกระเป๋าสัมภาระ
10.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG671 (สายการบินมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
15.50 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
| วันที่เดินทาง | ราคาเริ่มต้น | จำนวนคน | |
|---|---|---|---|
| 07 Oct 2025 - 12 Oct 2025 | ฿ 56,900 | ||
| 16 Oct 2025 - 21 Oct 2025 | ฿ 57,900 | ||
| 04 Nov 2025 - 09 Nov 2025 | ฿ 57,900 |
รหัส : SPSJP339
รหัส : SPSJP338
รหัส : SPSJP337
รหัส : SPSJP336
รหัส : SPSJP335