ททท : 11/11519
Header

HOKKAIDO JOZANKEI OTARU AUTUMN

ข้อมูลเกี่ยวกับทัวร์นี้

  • รหัสทัวร์: SPSJP316
  • ราคาเริ่มต้น: ฿ 56,900
  • 6 วัน 4 คืน
  • ญี่ปุ่น
  • 07 Oct 2025 - 09 Nov 2025
  • มี Free Day
  • การบินไทย
ปฏิทิน

ไฮไลท์ทัวร์

  • ซัปโปโร (สนามบินชิโตเซะ) - หุบเขานรกจิโกกุดานิ - ภูเขาโชวะชินซัง - ขึ้นกระเช้า Mt.Usu Ropeway (รวมค่ากระเช้า) - Mt.Usu Terrace - เมืองโจซังเค - แช่น้ำแร่ธรรมชาติโจซังเค - อิสระชมเทศกาลประดับไฟโจซังเคเนเจอร์ลูมินาริเอะ
  • จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสะพานโจซังเคฟุทามิ - คลองโอตารุ - พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี - ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ - ร้าน Duty Free - เมืองซัปโปโร - พิเศษบุฟเฟ่ต์ร้าน NANDA ดีที่สุดในซัปโปโร
  • ศาลเจ้าฮอกไกโด - ถนนต้นแปะก๊วยมหาวิทยาลัยฮอกไกโด - สวนลับฮิราโกะ - MITSUI OUTLET PARK SAPPORO - เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า - โมอายแห่งฮอกไกโด - ช้อปปิ้งถนนทานุกิโคจิ

แผนการเดินทาง

  • วันแรก กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) - ซัปโปโร (สนามบินชิโตเสะ) (TG670 : 23.45-08.30)

    20.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ของบริษัท ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ

    23.45 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินชิโตเสะ ประเทศญี่ปุ่น โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG670 (สายการบินมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

  • วันที่สอง ซัปโปโร (สนามบินชิโตเซะ) - เมืองโนโบริเบทสึ - หุบเขานรกจิโกกุดานิ - ภูเขาโชวะชินซัง - ขึ้นกระเช้า Mt.Usu Ropeway (รวมค่ากระเช้า) - Mt.Usu Terrace - เมืองโจซังเค - แช่น้ำแร่ธรรมชาติโจซังเค - อิสระชมเทศกาลประดับไฟโจซังเคเนเจอร์ลูมินาริเอะ

    08.30 น. เดินทางถึง สนามบินชิโตเสะ ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2 ชม.) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว (สำคัญมาก!! ไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศญี่ปุ่นหากฝ่าฝืนมีโทษจับปรับได้

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเกาะฮอกไกโด ชม หุบเขานรกจิโกกุดานิ (Jigokudani) หรือเรียกอีกอย่างว่า “หุบเขานรก” อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Toya เมือง Noboribetsu ที่เรียกว่าหุบเขานรกนั้น เพราะที่นี่มีทั้งบ่อโคลนและบ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติกระจายไปทั่วบริเวณที่มีควันร้อน ๆ พวยพุ่งขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา และถือเป็นแหล่งกำเนิดน้ำแร่และออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเกาะฮอกไกโด ทางเข้าหุบเขาจะมีสัญลักษณ์เป็นยักษ์สีแดงตัวใหญ่ถือตะบองคอยต้อนรับเป็นยักษ์ที่คอยคุ้มกันภัยให้ผู้มาเยือนดังนั้นทุกบริเวณพื้นที่ของที่นี่ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึกห้องน้ำจะมีป้ายต่าง ๆ ที่มีสัญลักษณ์รูปยักษ์ให้เห็นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 1)

    เดินทางสู่ภูเขาไฟโชวะซินซัน (Showa Shinzan) ซึ่งมีอนุสาวรีย์บุรุษไปรษณีย์ผู้ค้นพบความเคลื่อนไหวและการเกิดขึ้นมาใหม่ของภูเขาไฟเกิดใหม่ประมาณปี ค.ศ.1944 -1945 ภูเขาไฟน้องใหม่ที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของผิวโลกในปี 1946 ซึ่งระเบิดปะทุติดต่อกันนานถึง 2 ปีจนกลายมาเป็นภูเขาโชวะชินซัน ดังที่เห็นอยู่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของรัฐบาลในฐานะเป็น “อนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งพิเศษ” พร้อมบันทึกภาพเป็นที่ระลึก

    จากนั้นนำท่านนั่ง กระเช้าอุสุซัง (Mt.Usu Ropeway) ขึ้นสู่ยอดเขาไฟอุสุ บนยอดเขาไฟอุสุมี ‘Mt.USU Terrace’ ที่สามารถจิบเครื่องดื่มพร้อมชมวิวทะเลสาบโทยะ นอกจากนี้ยังมีที่นั่งโซฟาเพื่อให้ท่านได้ผ่อนคลายที่ดาดฟ้าและชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองโจซังเค เป็นเมืองน้ำพุร้อนเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองซัปโปโรที่สุดและมีชื่อเสียงอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะเป็นที่ตั้งของเขื่อนโฮเฮเคียว
    จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดอีกแห่งในเกาะฮอกไกโด

    นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาโจซังเค เป็นเมือง บ่อน้ำพุร้อน ถูกค้นพบเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1866 เกิดขึ้นตั้งแต่โบราณสมัยเริ่มต้นเมื่อครั้งที่พระธุดงค์มิซุอุมิโจซันสร้างโรงน้ำพุร้อนบำบัด คุณสมบัติของน้ำพุร้อนโจซังเคคือเป็นน้ำแร่เกลือโซเดียมคลอไรด์ที่จะทำให้ร่างกายอบอุ่นจากภายใน มีแหล่งน้ำพุร้อน 56 แห่งซึ่งพ่นน้ำแร่อุณหภูมิ  60 – 80 ºC ปริมาณถึง 8,600 ลิตรทุกนาที
    อิสระเพลิดเพลินเดินชมงานประดับไฟ โจซังเคเนเจอร์ลูมินาริเอะ (Jozankei Nature Luminarie)
    เป็นการแสดงแสงสีในจินตนาการ เพื่อฉลองครบรอบ 150 ปีแห่งการเปิดน้ำพุร้อนโจซังเค (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 ตุลาคม 2567) สถานที่จัดงานในสวนสาธารณะฟุตามิซึ่งอยู่ที่หุบเขาในย่านน้ำพุร้อน จนถึงสะพานแขวนฟุตามิสัญลักษณ์ของโจซังเค ชมบรรยากาศที่แตกต่างกันในเวลากลางวันและกลางคืน เช่น ทางเดินแห่งแสงสว่าง ที่ตามทางเดินจะถูกล้อมรอบด้วยแสงเรืองๆ หรือป่าแห่งแสงสว่างที่มีดอกไม้แห่งแสงสว่าง การฉายภาพอันวิจิตรที่เพิ่มสีสันให้แก่สะพาน กิจกรรมนี้จัดขึ้นเฉพาะแขกที่เข้าพักในพื้นที่ Jozankei เท่านั้น (เวลาเปิด 18.00 – 20.45 น.) ท่านสามารถเดินจากโรงแรมที่พักประมาณ 10 – 15 นาที ไปยังงานประดับไฟ

    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม หรือ ร้านอาหาร (มื้อที่ 2)
    ที่พัก JOZANKEI ONSEN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
    (ที่นอนอาจเป็นแบบ เบาะฟุตง หรือ เตียง ขึ้นอยู่กับการจัดการของทางโรงแรม) หลังมื้ออาหารค่ำ ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำจากแร่ธรรมชาติสไตล์ญี่ปุ่น

  • วันที่สาม จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสะพานโจซังเคฟุทามิ - คลองโอตารุ - พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี - ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ - ร้าน Duty Free - เมืองซัปโปโร - พิเศษบุฟเฟ่ต์ร้าน NANDA ดีที่สุดในซัปโปโร

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)
    จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสะพานโจซังเคฟุตามิ ซึ่งจุดเด่นของที่นี่คือสะพานแขวนฟุตะมิ (Futamii Suspension Bridge) ที่ข้ามแม่น้ำโทโยฮิระ (Toyohira River) พื้นที่โดยรอบนั้นประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้นานาพันธุ์กว่า 800 ชนิด นอกจากนี้ที่นี่ยังมีตำนานของสิ่งมีชีวิตอย่าง คัปปะ (Kappa) ซึ่งเล่าขานกันเป็นวงกว้างในญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ จึงจะเห็นรูปปั้นคัปปะได้ตามรอบบริเวณแห่งนี้อีกด้วย (การเปลี่ยนสีของใบไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 4)
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ (Otaru) เมืองโรแมนติคของเกาะฮอกไกโด ที่ควบคู่ไปกับความเก่าแก่และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แวะชม คลองโอตารุ (Otaru Canal) ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ค.ศ.1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองโอตารุ ออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าวให้ท่านเดินเล่น พร้อมถ่ายรูปอัธยาศัย กับอาคารเก่าแก่ริมคลองและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

    เดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ เป็นศูนย์รวมกล่องดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งภายในมีการจัดแสดง และจำหน่ายกล่องดนตรี ในรูปแบบต่างๆ ทีถูกสะสมมาตั้งแต่อดีต และการตกแต่งที่นี้ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย ทำให้เดินชมได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังมี “นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Stream Clock)” เป็นนาฬิกาไอน้ำโบราณสไตล์อังกฤษ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่ประเทศแคนาดา มอบให้แก่เมืองโอตารุ นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที เหมือนกับนาฬิกาไอน้ำอีกเรือนหนึ่งที่ประเทศแคนาดา

    ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ เพลิดเพลินกับบรรยากาศน่ารักๆ ของตัวการ์ตูนแมวชื่อดัง คิตตี้ ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าและถ่ายรูปตามอัธยาศัย

    ร้านดิวตี้ฟรี (Duty Free) จำหน่ายของฝากของที่ระลึกปลอดภาษี ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองซัปโปโร ภายในมีสินค้าลดราคามากมาย ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าภายในร้าน เช่นขนม เครื่องสำอาง ของที่ระลึก และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย

    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้าน NANDA SEAFOOD BUFFET (มื้อที่ 5)
    พิเศษบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ขาปูยักษ์ เนื้อวากิว หอยเชลล์ ชาชิมิ ของหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่ม Soft Drink
    ที่พัก SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

  • วันที่สี่ ศาลเจ้าฮอกไกโด - ถนนต้นแปะก๊วยมหาวิทยาลัยฮอกไกโด - สวนลับฮิราโกะ - MITSUI OUTLET PARK SAPPORO - เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า - โมอายแห่งฮอกไกโด - ช้อปปิ้งถนนทานุกิโคจิ

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)
    ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido shrine) ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ซัปโปโร เป็นศาลเจ้าศาสนาพุทธนิกายชินโตถือเป็นศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่แห่งหนึ่งในเกาะฮอกไกโด ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1871 ในปัจจุบันก็ยังคงมีความเกี่ยวข้องผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวฮอกไกโดอย่างลึกซึ้ง เริ่มตั้งแต่การมาสักการะในวันปีใหม่ การปัดเป่ารังควาญ วันเซ็ตสึบุน พิธีสมรสและอื่นๆ เป็นต้น ในเขตศาลเจ้าที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีกระรอกป่ามาเยี่ยมทักทาย

    ถนนต้นแปะก๊วยมหาวิทยาลัยฮอกไกโด หนึ่งในมหาวิทยาลัยขึ้นชื่อของญี่ปุ่นที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ใจกลางเมือง เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี มีต้นแปะก๊วยกว่า 70 ต้น ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ต้นแปะก๊วยเรียงรายจากทางเข้าของมหาวิทยาลัยทอดยาว 380 เมตร สวยเหมือนภาพวาดและด้านข้างยังมีต้นโมมิจิสลับสีสัน จึงทำให้ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้แดงสุดคลาสสิคของฮอกไกโด (การเปลี่ยนสีของใบไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

    เดินทางสู่ สวนลับฮิราโอกะ (Hiraoka Tree Art Center) สวนสาธารณะในเมืองซัปโปโร มีต้นโมมิจิ (เมเปิ้ล) หลากสายพันธุ์กว่า 700 ต้น ไฮไลท์สำคัญคือ อุโมงค์เมเปิ้ลแดง ที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม และมุมสวนญี่ปุ่น ช่วงกลางต.ค. – ต้นพ.ย.(ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) จะเต็มไปด้วยสีเขียวเหลืองแดงของใบไม้เปลี่ยนสี (การเปลี่ยนสีของใบไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ MITSUI OUTLET PARK SAPPORO (CASH BACK)(มื้อที่ 7)

    นำท่านช้อปปิ้ง MITSUI OUTLET PARK SAPPORO เป็นห้างสรรพสินค้ารูปแบบ Outlet mall ขนาดใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด ตั้งอยู่ที่เมือง Kita – Hiroshima ชานเมืองทิศตะวันออกซัปโปโร ใกล้เส้นทางที่ไปยัง สนามบินชิโตเซะ เปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2012 ภายในห้างมีร้านค้าแบรนด์ต่างๆ กว่า 128 ร้าน รวมถึงร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์อาหารขนาดใหญ่จุ 650 ที่นั่ง และร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าจากฟาร์มท้องถิ่นประจำจังหวัดฮอกไกโด

    เนินแห่งพระพุทธเจ้า หรือ Hill of the Buddha ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองซัปโปโร ที่ถูกออกแบบโดย Mr.Tadao ando สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น พระพุทธรูปมีความสูงถึง 13.5 เมตร และมีน้ำหนักมากถึง 1500 ตัน ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู ฤดูหนาวก็จะรู้สึกได้ถึงความงดงามของหิมะที่ขาวโพลน นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆเรียกได้ว่าเป็น Unseen Hokkaido เลยทีเดียว จากนั้นนำท่านชม โมอายแห่งเมืองฮอกไกโด หรือที่เรียกว่า (makomanai takino reien) สร้างขึ้นในปี 1982 มีเนื้อที่ทั้งหมด 1,8000,473 ตารางเมตร ด้านในมีรูปปั้นหินโมอายขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเรียงรายอยู่จำนวนมาก

    ช้อปปิ้ง ถนนทานุกิโคจิ (Tanukikoji) เป็นย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ ที่เปิดให้บริการยาวนานกว่า 100 ปี จุดเด่นของย่านนี้คือการสร้างหลังคาที่คลุมทั่วตลาด ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก พายุหิมะ เข้าก็สามารถมาเดินช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ยังมีร้านค้ามากถึง 200 ร้าน โดยมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตรส่วนสินค้าก็มีทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าแบรนด์ ดังอย่าง Uniqlo, New Balance, Adidas, Puma เป็นต้น และที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือร้าน Daiso ที่ทุกอย่างราคา 100 เยน รวมไปถึงร้าน Donkiที่มีขายทุกอย่างตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าไปถึงเครื่องสำอางค์ในราคาที่ถูกจนน่าตกใจหรือถ้าเดินจนหมดแรงที่นี่ก็มีร้านอาหารดังๆหลายร้านคอยให้บริการอยู่ด้วย

    เย็น อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
    ที่พัก SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

  • วันที่ห้า อิสระช้อปปิ้งและท่องเที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองซัปโปโร่

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม (มื้อที่ 8)
    ให้ท่านได้อิสระท่องเที่ยวในเมืองซัปโปโร แหล่งที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและร้านค้ามากมาย รวมไปถึงที่เที่ยวจุด Check in ต่างๆมากมาย อาทิเช่น”

    นั่งกระเช้าขึ้นสู่ ภูเขาโมอิวะ (Mt.moiwa) เป็นจุดชมวิวยอดฮิตของเมืองซัปโปโร่ โดยภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อมากกับการเป็นจุดชมวิวเมืองที่ดีงามแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน หรือ ช่วงกลางคืนที่จะสว่างไสวด้วยแสงไฟจากตัวเมือง นอกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมมาชมวิวที่นี้แล้ว ชาวเมืองซัปโปโร่นั้นยังนิยมมาที่นี้ ในฐานะ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนรัก”
    ตลาดปลานิโจ (Nijo Ichiba) ตลาดเก่าแก่กว่า 100 ปี เป็นหนึ่งในตลาดยอดนิยมของทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ได้มาสัมผัสบรรยากาศตลาดปลาญี่ปุ่น และเลือกชิมอาหารทะเลสดๆ ตามอัธยาศัย

    JR TOWER แหล่งที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและร้านค้ามากมายให้ท่านได้ช้อปปิ้ง เช่น ร้าน BIC CAMERA จำหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์, ร้าน 100 เยน, ร้าน UNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นบนชั้น 10 ของตึก ESTA ยังมี พิพิธภัณฑ์ราเมน เป็นแหล่งรวมราเมนชื่อดังทั่วทั้งเกาะฮอกไกโด มาอยู่รวมกันที่นี่ ให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบราเมนได้ลิ้มรสชิมราเมนจากเมืองต่างๆ ได้อย่างจุใจ

    ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา ที่เลียนแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ที่ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อนเป็นอิฐที่ทำมาจากหมู่บ้านชิโรอิชิและโทโยชิร่า ตึกนี้ผ่านการใช้งานมายาวนานกว่า 80 ปีและได้ย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นตึกใหม่ทันสมัยสูง 10 ชั้นตั้งอยู่ทางด้านหลังตึกเก่า แต่ความงดงามที่เห็นนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ.2454 แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2512

    พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) อาคารอิฐแดงเก่าแก่ สไตล์วินเทจ สามารถสัมผัสได้ถึงสี่ฤดูของญี่ปุ่น เหมาะแก่การมาเช็คอินถ่ายรูปอย่างมาก ด้านในของพิพิธภัณฑ์จะแนะนำประวัติของเบียร์ในญี่ปุ่น และกระบวนการขั้นตอนการผลิตเบียร์ ทั้งความละเอียดของข้อมูลและการจัดแสดง

    **เพื่อให้ท่านได้สนุกอย่างเต็มที่อิสระอาหารกลางวันและอาหารเย็นตามอัธยาศัย**
    ที่พัก SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว

  • วันที่หก ซัปโปโร (สนามบินชิโตเสะ) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (TG671 : 10.00 - 15.50)

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หรือ SET BOX (มื้อที่ 9)
    นำท่านเช็คเอาท์และตรวจสอบสัมภาระก่อนเดินทางไปยัง สนามบินชิโตเสะ ถึง สนามบินชิโตเสะ ทำการเช็คอินและโหลดกระเป๋าสัมภาระ

    10.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG671 (สายการบินมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

    15.50 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

วันที่เดินทาง ราคาเริ่มต้น จำนวนคน
07 Oct 2025 - 12 Oct 2025 ฿ 56,900
16 Oct 2025 - 21 Oct 2025 ฿ 57,900
04 Nov 2025 - 09 Nov 2025 ฿ 57,900

ทัวร์ที่คล้ายๆกัน