- 5 วัน 4 คืน
รหัส : SPSCN403
ราคาเริ่มต้น ฿15,900
14.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน ** สัมภาระโหลดใต้เครื่อง ท่านละ 20 ก.ก. จำกัดท่านละ 1 ใบ **
17.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองลั่วหยาง โดย สายการบิน อูลูมู๋ฉี แอร์ไลน์ (UQ) เที่ยวบินที่ UQ2642 *ไม่มีอาหารบนเครื่อง*
22.20 น. เดินทางถึงสนามบิน เมืองลั่วหยาง นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่อง **นำสัมภาระมาโหลดใหม่อีกครั้งที่ตรวจคนเข้าเมืองลั่วหยาง **
23.20 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอูลู่มู่ฉี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ โดยสายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ) เที่ยวบินที่ UQ2642 *ไม่มีอาหารบนเครื่อง*
03.55 น. +1 เดินทางถึง สนามบินอูลูมู่ฉี เทียนซาน นครสีทองตำตามนานแห่งราชวงศ์ฮั่น ซึ่งมีความสำคัญรองมาจากเมืองซีอานเท่านั้นเอง ทำหน้าที่เป็นประตูสู่เส้นทางสายไหม เชื่อมดินแดนตะวันตกและตะวันออกของจีน มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับสองพันปี จากนั้นนำท่านรับสัมภาระแล้วออกเดินทาง
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก CHANGJI HONGDU HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มารตฐานประเทศจีน)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองทูลูฟาน (ระยะทาง 200 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองโอเอซิสอันชุ่มชื้นที่มีเพียงไม่กี่แห่งด้วยระบบน้ำใต้ดินที่หล่อเลี้ยงชาวเมือง นับตั้งแต่ชาวโทคาเรียนตั้งรกร้าง ณ ดินแดนแห่งนี้เมื่อสามพันปีก่อน ปัจจุบันเป็นเมืองที่ผลิตองุ่นและเบอร์รี่ที่ถือว่าอร่อยที่สุดของจีน
ระหว่างทางนำท่านสู่ ทะเลทรายคุมตัก หนึ่งในทะเลทรายไม่กี่แห่งของโลกที่มีระยะห่างไม่ไกลจากเมือง ลักษณะของเนินทรายที่นี่ มีรูปร่างชัดเจนและเป็นชั้นๆที่แตกต่างกัน ให้ท่านได้สัมผัสทิวทัศน์อันตระการตาและงดงามของทะเลทรายสีทอง ท้องฟ้าสีฟ้า เมฆบางๆ และสายลมพัดผ่าน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเก่าซ่านซ่าน ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 2,500 ตารางกิโลเมตร ตื่นตาตื่นใจกับลักษณะทางธรณีวิทยาจากลมและทรายที่ครบถ้วนสมบูรณ์ สันเนินทรายแต่ละลูกเผยให้เห็นโครงร่างที่คมชัดและชั้นทรายที่เรียงตัวกันอย่างงดงามตามธรรมชาติสรรค์สร้าง เมื่อยืนอยู่บนยอดเนินทรายสีทอง มองออกไปสุดขอบฟ้า พบกับทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด เชื่อมต่อกับผืนฟ้า มอบความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ โอ่อ่า และลึกลับน่าค้นหา สัมผัสความงามของพระอาทิตย์ขึ้นที่สาดส่องแสงสีทองจับทะเลทราย และภาพตะวันลับขอบฟ้าที่ย้อมผืนทรายให้กลายเป็นสีเพลิง ดั่งบทกวี “ควันเดียวดายกลางทะเลทรายกว้าง ลับขอบฟ้าดวงตะวันกลม”
หมายเหตุ ไม่รวมค่ากิจกรรมในทะเลทราย เช่น ขี่อูฐ (130 หยวน) รถ 4X4 (140 หยวน) รองเท้ากันทราย (20 หยวน) ** ราคาดังกล่าวเป็นการประเมินราคาคร่าวๆ ทั้งนี้ทางอุทยานอาจมีการปรับราคา ณ วันเดินทาง **
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
บ่าย นำท่านชม ภูเขาเปลวเพลิง ตั้งตระหง่านเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สะท้อนความงดงามของธรรมชาติและมนต์ขลังของตำนานจีนในยุคโบราณ ภูเขานี้ไม่เพียงแต่เป็นแลนด์มาร์กที่น่าประทับใจ แต่ยังเป็นแหล่งแรงบันดาลใจในงานวรรณกรรมและวัฒนธรรมมาช้านาน ภูเขาเปลวเพลิงทอดยาวกว่า 100 กิโลเมตร ในแนวตะวันออก-ตะวันตก และกว้างที่สุดถึง 10 กิโลเมตร ประกอบด้วยหินทรายสีแดงและหินดินดานที่เกิดจากการสะสมตัวในยุคไดโนเสาร์เมื่อกว่า 170 ล้านปีก่อน ลักษณะของหินที่ถูกกัดเซาะตามธรรมชาติทำให้เกิดลวดลายที่ดูเหมือนเปลวไฟลุกโชติช่วง ภูเขาเปลวเพลิงเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับวรรณกรรมจีนเรื่อง “ไซอิ๋ว” ซึ่งเล่าถึงการเดินทางของพระถังซัมจั๋งและลูกศิษย์ที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคของภูเขาไฟร้อนระอุ และการยืมพัดวิเศษของเจ้าแม่กวนอิมเพื่อดับไฟ โดยตำนานเหล่านี้เพิ่มความลี้ลับและมนต์เสน่ห์ให้กับสถานที่แห่งนี้อย่างยิ่ง นอกจากนี้ ตามความเชื่อของชาวอุยกูร์ในพื้นที่ ยังมีเรื่องเล่าถึงมังกรร้ายที่ถูกวีรบุรุษฆ่าตาย เลือดของมันได้ย้อมภูเขาให้กลายเป็นสีแดงเปรียบดังเปลวไฟ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก WYNDHAM TURPAN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
นำท่านสู่ ระบบชลประทานโบราณข่านเอ๋อจิง หรือ คาเรส อันเป็นระบบชลประทานที่ชาวเมืองถูหลู่ฟานในอดีตใช้ภูมิปัญญาสร้างขึ้นมา โดยขุดอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินที่ไหลมาจากหิมะที่ละลายจากภูเขาหิมะเทียนซาน (ภูเขาสวรรค์) เพื่อมาหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน มีระยะทางยาวรวมกว่า 5,000 กิโลเมตร จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นงานก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ในแผ่นดินจีน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หรือ แบบกล่อง (มื้อที่ 5)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินทูลูฟาน
12.10 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินอัลไต โดย สายการบิน เฉิงตูแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EU2883
**เที่ยวบินอาจมีการสลับปรับเปลี่ยนเที่ยวบินตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของท่านเป็นหลัก **
13.10 น. เดินทางถึง สนามบินอาเล่อไท่ ณ ดินแดนเหนือสุดของซินเจียง ที่ซึ่งพรมแดนของสามชาติมหาอำนาจมาบรรจบกัน อัลไต เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับตั้งแต่ยุคหินใหม่ ที่นี่เคยเป็นสมรภูมิและบ้านของชนเผ่าเร่ร่อนผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์มากมาย ดินแดนที่ชื่อมีความหมายว่า “ทองคำ” ดินแดนที่ถูกขนานนามว่า “จินซานหยินสุ่ย” หรือ “ขุนเขาทองคำ สายน้ำสีเงิน” แผ่นดินที่โอบล้อมด้วย ทือกเขาอัลไตอันยิ่งใหญ่ เป็นแหล่งกำเนิดของสายน้ำบริสุทธิ์ที่หล่อเลี้ยงซินเจียงตอนเหนือ และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางสายไหมในประวัติศาสตร์
นำท่านสู่ หมู่บ้านเหอมู่ (ระยะทาง 119 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 2.5 ชั่วโมง) ท่ามกลางขุนเขาแห่งเทือกเขาอัลไต ที่ซึ่งแม่น้ำเหอมู่และแม่น้ำคานาสไหลมาบรรจบกัน หมู่บ้านเหอมู่เปรียบเสมือนภาพวาดจากเทพนิยาย ที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นมาอย่างลงตัว หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่อันห่างไกลของ เขตคานาส ใกล้พรมแดนรัสเซีย มองโกเลีย และคาซัคสถาน มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้วย ชุมชนชาวตูวาที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้อย่างน่าหลงใหล บ้านไม้หลังคาสามเหลี่ยมเรียงรายอยู่กลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ทอดยาวไปตามแนวแม่น้ำ ซึ่งไหลผ่านใจกลางหมู่บ้าน เสียงสายน้ำกระทบโขดหิน คลอเคล้ากับเสียงกระดิ่งของฝูงม้าและแกะที่เล็มหญ้าท่ามกลางทิวทัศน์ของขุนเขา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HEMU ECO GUEST HOUSE หรือเทียบเท่าภายในหมู่บ้านเหอมู่
หมายเหตุ
1 : เนื่องจากหมู่บ้าน รถบัสไม่สามารถเข้าไปหมู่บ้านได้ ต้องจอดไว้ด้านนอก และที่พักไม่มีพนักงานยกกระเป๋า ฉะนั้นลูกค้าต้องเตรียมกระเป๋าใบเล็กที่ใช้สำหรับพัก 1 คืน (เนื่องจากต้องหิ้วกระเป๋าเอง) ส่วนกระเป๋าใบใหญ่ฝากไว้กับรถใหญ่ที่จอดรอด้านนอก
2 : เนื่องด้วยห้องพักในหมู่บ้านมีลักษณะพิเศษและมีจำนวนจำกัด โดยห้องพักส่วนใหญ่จะมีเพียง เตียงเล็ก 2 เตียงเท่านั้น และด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ทำให้ ไม่สามารถเสริมเตียงได้ ดังนั้น สำหรับคณะของท่านที่เดินทาง 3 ท่าน
2.1 พักรวมกัน 3 ท่านในห้องเดียว: ท่านสามารถพักรวมกันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่อาจต้องจัดสรรพื้นที่การนอนตามความเหมาะสม
2.2 จองห้องพักเดี่ยวเพิ่ม: หากท่านต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น สามารถจองห้องพักเดี่ยวเพิ่มได้ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาทต่อห้อง (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
เนื่องจากห้องพักในหมู่บ้านมีจำนวนจำกัดและมักจะเต็มอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านที่ต้องการห้องพักเดี่ยว โปรดแจ้งความประสงค์และยืนยันการจองทันที พร้อมกับที่ท่านจองทัวร์ ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ไม่สามารถทำการจองห้องพักเพิ่มหน้างานได้ และขอสงวนสิทธิ์ในการจัดหาห้องพักเพิ่มเติมให้ในกรณีที่ห้องพักเต็มแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
3 : เนื่องจากที่พักอยู่ในเขตอุทยาน เครื่องอำนวยความสะดวก อาหารเช้าและขนาดห้อง จะไม่ครบครันเหมือนกับโรงแรมด้านนอก กรุณาเตรียมผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟันและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ไปด้วย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
นำท่านเดินทางนั่งรถสู่ อุทยานคานาสือ (ระยะทาง 35 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง) หัวใจสำคัญของอุทยานคานาส ทะเลสาบสีฟ้าเข้มที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาอัลไต เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งและน้ำฝน ด้วยบรรยากาศโรแมนติกของน้ำใสสะอาดสะท้อนเงาภูเขา ท่ามกลางไอหมอกที่ล่องลอยในยามเช้า และยังเป็นที่เล่าขานถึงสัตว์ลึกลับ “มังกรคานาส” ที่ชาวบ้านเชื่อว่าอาศัยอยู่ในทะเลสาบลึกแห่งนี้
จากนั้นนำท่านสู่ อ่าวเทพเทวดา อ่าวเทพเจ้าเป็นจุดมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่บริเวณตอนบนของแม่น้ำคานาส มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำตื้นที่เกิดจากกระแสน้ำที่ไหลเอื่อยผ่านโค้งแม่น้ำ ท่ามกลางม่านหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือลำน้ำในยามเช้า จนได้รับการขนานนามว่า “ดินแดนแห่งเทพเจ้า” เมื่อยามพระอาทิตย์สาดแสงกระทบผิวน้ำ สายน้ำจะระยิบระยับราวกับถูกโปรยด้วยไข่มุกนับพัน ทำให้ที่นี่มีอีกชื่อว่า “หาดไข่มุก” ล้อมรอบผืนป่าเบิร์ชสีเขียวชอุ่ม โอบล้อมด้วยเทือกเขาสูง และน้ำใสราวกระจกสะท้อนภาพฟ้าครามและเมฆหมอก สร้างบรรยากาศที่เหนือจริงเหมือนภาพในเทพนิยาย ความงดงามที่ตราตรึงในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นใบไม้เปลี่ยนสีของฤดูใบไม้ร่วง หรือภาพลำธารที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
บ่าย นำท่านพบกับ อ่าวเสี้ยวจันทรา สายน้ำที่โค้งเว้าตามแนวภูเขาราวกับพระจันทร์เสี้ยวที่ทอดตัวอยู่กลางขุนเขา คือนิยามของความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของคานาส ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสวรรค์ของนักเดินทาง แต่ยังเป็นจุดหมายในฝันของนักถ่ายภาพ เพราะน้ำในอ่าวจันทราจะเปลี่ยนเฉดสีไปตามฤดูกาลและมุมของแสงแดด สร้างความมหัศจรรย์ที่ไม่เคยซ้ำกันในแต่ละวัน ตำนานที่เล่าขานกันมาเกี่ยวกับอ่าวจันทรานั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์ หนึ่งในนั้นคือ “รอยเท้าของเจงกิสข่าน” ซึ่งเป็นที่มาของสองเกาะเล็กกลางน้ำที่มีรูปร่างคล้ายรอยเท้าขนาดยักษ์ เชื่อกันว่าเป็นร่องรอยของมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ที่เหยียบผ่านพื้นที่นี้ในอดีตกาล ความลึกลับนี้ทำให้อ่าวจันทราเป็นจุดหมายที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง และเมื่อท่านได้มายืนอยู่บนเส้นทางที่สูงขึ้นไป มองลงมายังอ่าวจันทราเบื้องล่าง จะสัมผัสได้ถึงความงามที่เกินบรรยาย ที่แม้แต่เพียงการจ้องมองเพียงครั้งเดียว ก็อาจทำให้ภาพนี้ติดตรึงอยู่ในหัวใจไปตลอดกาล
จากนั้นนำท่านชม อ่าวซ่อนมังกร หนึ่งในทิวทัศน์สุดมหัศจรรย์ระหว่างทางไปทะเลสาบคานาส ที่โค้งน้ำไหลเป็นรูปตัวมังกรเลื้อยไปตามภูมิประเทศธรรมชาติ สองฝั่งล้อมรอบด้วยป่าสนเขียวชอุ่ม สะท้อนภาพบนผิวน้ำราวกับสรวงสวรรค์ เหมาะแก่การหยุดพักดื่มด่ำความงามของธรรมชาติ
นำท่านเดินทางสู่ หอส่องมัจฉา หนึ่งในจุดชมวิวที่ดีที่สุดของคานาส ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 660 เมตรจากระดับทะเลสาบ ให้คุณสามารถชมทะเลสาบคานาสจากมุมสูงได้แบบ 360 องศา ท่ามกลางเมฆหมอกที่ปกคลุมขุนเขา และถ้าหากโชคดี อาจได้เห็น “มังกรคานาส” ที่ว่ากันว่าปรากฏตัวในน้ำลึก จุดชมวิวแห่งนี้มีโครงสร้างโดดเด่นด้วยรูปทรงปีกนกอินทรีและหางมังกร สะท้อนถึงตำนานแห่งคานาส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก KANAS TIANYUN VILLA HOTELหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หาดห้าสี (ระยะทาง 162 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 2.5 ชั่วโมง) ท่ามกลางทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของซินเจียง หุบเขาหลากสี เปรียบเสมือน “แดนสวรรค์ของสีสัน” ที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นมาด้วยแรงลม น้ำ และกาลเวลา ที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มี ภูมิประเทศแบบย่าตัน ที่งดงามที่สุดของจีน หุบเขาแห่งนี้แบ่งออกเป็นสองฝั่งด้วยแม่น้ำเออร์ติช ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเดียวในจีนที่ไหลลงสู่มหาสมุทรอาร์กติกทางขั้วโลกเหนือ ฝั่งใต้เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีและทะเลทรายที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ส่วน ฝั่งเหนือ คือหน้าผาหลากสีที่เกิดจากตะกอนหินทรายและหินโคลนที่ผ่านกระบวนการกัดเซาะเป็นเวลานับล้านปีจนเกิดเป็นชั้นหินที่ไล่เฉดสีราวกับจิตรกรรมจากธรรมชาติ เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง แสงทองของอาทิตย์อัสดงจะย้อมหน้าผาให้กลายเป็นเฉดสีแดง ส้ม ม่วง เหลือง และเขียว ตัดกับฟากฟ้าและแม่น้ำสีฟ้าเข้ม เกิดเป็นภาพที่งดงามเกินคำบรรยาย ได้รับการขนานนามว่า “ยอดเม็ดหยกหลากสีแห่งซินเจียง”
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองค็อกโกเตย์ (ระยะทาง 328 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 5.5 ชั่วโมง) ในภาษาคาซัคหมายถึง “ป่าสีเขียว” และในภาษามองโกลหมายถึง “คุ้งน้ำสีคราม” เป็นเมืองที่ถือกำเนิดขึ้นในยุคอุตสาหกรรมราวปี 1950 ในฐานะ “เมืองแห่งเหมืองแร่” ที่ดำเนินงานร่วมกันระหว่างจีนและโซเวียต ทำให้เมืองชายแดนที่ติดกับประเทศมองโกเลียแห่งนี้ มีบรรยากาศและสถาปัตยกรรมบางส่วนที่ได้รับอิทธิพลจากรัสเซีย ซึ่งแตกต่างจากเมืองอื่นในซินเจียงอย่างสิ้นเชิง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก ACE HOTEL XINHAIXIN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)
นำท่านชมต้นกำเนิดแม่น้ำเพียงสายเดียวในประเทศจีน…ที่เดินทางไกลนับพันกิโลเมตรเพื่อไหลลงสู่มหาสมุทรอาร์กติก ณ อุทยานค็อกโกเตย์ ดินแดนที่ธรรมชาติและประวัติศาสตร์มนุษย์ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่และแตกต่างกันอย่างสุดขั้วไว้บนผืนแผ่นดินเดียวกัน นำท่านชม แกรนด์แคนยอนแห่งแม่น้ำแอร์ทีช ที่ซึ่งพลังของสายน้ำได้กัดเซาะหุบเขาหินแกรนิตนานนับล้านปี จนเกิดเป็นประติมากรรมหินผาขนาดมหึมาที่มีรูปร่างแปลกตาน่าอัศจรรย์ สองฟากฝั่งของแม่น้ำถูกประดับประดาไปด้วยผืนป่าเบิร์ชสีทองอร่ามที่ตัดกับสายน้ำสีเงิน เป็นภาพของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ยิ่งใหญ่ และสงบงามอย่างแท้จริง ระหว่างป่าเบิร์ชที่ได้รับฉายาว่าเป็น “เกาะแห่งรักโรแมนติก” ด้วยเรื่องเล่าว่าเปลือกไม้สีขาวของต้นเบิร์ชสามารถใช้เขียนจดหมายรักได้ จากนั้นนำท่านชม เขาเสินจงซาน สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่ ยอดเขาหินแกรนิตขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่เพียงลำพัง มีรูปร่างคล้ายระฆังคว่ำขนาดยักษ์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดแห่งทิวทัศน์ของเทือกเขาอัลไต พร้อมตำนานรักของชาวคาซัคที่ผูกพันกับภูเขาลูกนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 14)
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอูลูมู่ฉี (ระยะทาง 565 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 6.5 ชั่วโมง) เมืองหลวงและเมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ชื่ออูลูมู่ฉี คาดว่าได้มาจากภาษามองโกเลียที่แปลว่า เขตเลี้ยงสัตว์อันสวยงาม ปัจจุบันเป็นเมืองการค้าที่ส่งต่อจากเขตอุตสากรรมทางตะวันออกไปยังยุโรปผ่านเส้นทางสายไหมใหม่ในโครงการ BRI s
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 15)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ เมืองชางจี๋
ที่พัก CHANGJI HONGDU HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)
นำท่านไปยัง ศูนย์รวมสินค้าของฝาก ณ เขตการค้าเสรีซินเจียง ศูนย์กลางการค้าแห่งใหม่ที่เปรียบเสมือนโอเอซิสของนักช้อป ที่ซึ่งสุดยอดผลิตภัณฑ์ของซินเจียงและสมบัติล้ำค่าจากนานาชาติบนเส้นทางสายไหมได้มารวมไว้ในที่เดียว! สัมผัส ฝ้ายซินเจียง ที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติเส้นใยที่ยาวเป็นพิเศษ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความนุ่มฟูดุจปุยเมฆและทนทานอย่างน่าทึ่ง นอกจากนั้นท่านยังจะได้พบกับสินค้าหายากและมีเอกลักษณ์จากประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียกลาง อาทิ พรมทอมือลวดลายวิจิตร จากเปอร์เซียและอัฟกานิสถาน ถั่วและผลไม้แห้งเกรดพรีเมียม เช่น อินทผลัม, แอปริคอต, วอลนัต เครื่องเทศหอมกรุ่น และ หญ้าฝรั่น (Saffron) คุณภาพสูง ตลอดจนงานงานหัตถกรรมและของที่ระลึกที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 17)
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ อุทยานเทียนซาน + ทะเลสาบเทียนฉือ (รวมรถอุทยาน) ด้วยพื้นที่กว่า 1,038 ตารางกิโลเมตรที่ตั้งอยู่บนความสูงเฉลี่ยเกิน 2,000 เมตร ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขาสูงชัน ทิวเขาที่ปกคลุมไปด้วยป่าไม้สกาวและต้นสนหิมะบริสุทธิ์ นอกจากความอลังการของธรรมชาติแล้ว แกรนด์แคนยอนเทียนซานยังเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมของชนเผ่ามองโกลและคาซัค ที่รักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม เรียกได้ว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมของชาวทุ่งหญ้า” ที่คุณจะได้สัมผัสกับเสน่ห์แห่งเส้นทางสายไหมอันล้ำค่า สำรวจสรวงสวรรค์แห่งธรรมชาติที่เต็มไปด้วยลำธาร น้ำตก และช่องเขาสลับซับซ้อน ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับนักเดินทางและช่างภาพที่ต้องการบันทึกทุกช่วงเวลาอันน่าทึ่ง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 18)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก CHANGJI HONGDU HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
03.00 น. MORNING CALL
04.00 น. รับอาหารเช้า แบบ BOX SET ระหว่างออกเดินทางไปสนามบิน (มื้อที่ 19)
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินอุรุมชีเทียนซาน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์สายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ)
07.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินลั่วหยางเป่ยเจียว โดย สายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ) เที่ยวบินที่ UQ2641 *ไม่มีอาหารบนเครื่อง*
10.30 น. เดินทางถึงสนามบิน สนามบินลั่วหยางเป่ยเจียว นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่อง **นำสัมภาระมาโหลดใหม่อีกครั้งที่ตรวจคนเข้าเมืองลั่วหยาง **
12.15 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ) เที่ยวบินที่ UQ2641 *ไม่มีอาหารบนเครื่อง*
15.30 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
| วันที่เดินทาง | ราคาเริ่มต้น | จำนวนคน | |
|---|---|---|---|
| 14 Sep 2025 - 21 Sep 2025 | ฿ 61,988 | ||
| 21 Sep 2025 - 28 Sep 2025 | ฿ 61,988 | ||
| 05 Oct 2025 - 12 Oct 2025 | ฿ 63,988 |
รหัส : SPSCN403
รหัส : SPSCN402
รหัส : SPSCN401
รหัส : SPSCN400
รหัส : SPSCN399